การปะทะกันของอุดมการณ์ทางสถาปัตยกรรม

มีนาคม 2, 2012

พอดีเขียนคำนิยมหนังสือรวมทีซิส FACMU 2012 เลยเอามาลงที่นี่ด้วย (เขียนนาน) ฮ่า

 

“หากฉันพูดไม่เหมือนที่เธอคิด ฉันจะผิดไหม ?”

 

วิทยานิพนธ์ปีนี้เรียกได้ว่าเป็นวิทยานิพนธ์ที่ผมรู้สึกว่าผมเข้าไปมีความรู้สึกร่วมมากกว่าทุกปีเนื่องมาจากหัวข้อวิทยานิพนธ์ในกลุ่มของผมเองนั้นอยู่ในกลุ่มทฤษฎีที่ผมค่อนข้างให้ความสนใจ การเฝ้าดูงานวิทยานิพนธ์ในปีนี้นั้นจึงเหมือนการเฝ้าดูการค่อยๆปะติดปะต่อกันขึ้นของความคิด จากที่นักศึกษาไม่มีความรู้ใดๆ ในหัวข้อที่สนใจ จนถึงการสะสมความรู้และ และ ค่อยๆสร้างข้อโต้แย้งบางอย่างขึ้นมา และให้วิทยานิพนธ์เป็นตัวสะท้อนความคิดความเชื่อเหล่านั้นออกมาในงานที่พวกเขาออกแบบ เป็นงานชิ้นสุดท้ายก่อนจบออกไปจากโรงเรียนสถาปัตยกรรมแห่งนี้

 

สำหรับผม ผมไม่เชื่อว่าโรงเรียนสถาปัตยกรรมต้องเป็นสถานที่ซึ่งผลิตนักศึกษาให้กลายเป็น “สถาปนิก” ที่ออกไปสู่ตลาดแรงงาน เพื่อไปเป็นแรงงานในสำนักงานสถาปนิก เช่นเดียวกันกับที่ผมไม่เชื่อว่าวิทยานิพนธ์นั้นเป็นข้อสอบที่นำมาชี้วัดคุณสมบัติ “ความเป็นสถาปนิก” ตามนิยามที่สังคมพยายามมอบให้ วิทยานิพนธ์ทางสถาปัตยกรรมจึงไม่ได้เป็นตัวตรวจสอบมาตรฐาน ว่านักเรียนสถาปัตย์ที่เรียนมาห้าปีนั้น “เข้าเกณฑ์มาตรฐาน” หรือไม่ ชีวิตความเป็นนักออกแบบสถาปัตยกรรมไม่ได้จบลงเมื่อนักศึกษาจบปีที่ห้า เช่นเดียวกับการหาความรู้ที่พวกเขายังมีโอกาสและเวลาอีกมากมายในชีวิตที่จะเต็มเติมสิ่งที่ไม่รู้ และสิ่งที่พวกเขารู้สึกว่าขาด

 

สำหรับผมวิทยานิพนธ์จึงน่าจะเป็นพื้นที่สุดท้ายในการที่จะให้นักศึกษาได้รวบรวมความคิดทั้งหมดที่ผ่านมาตลอดห้าปีว่า แท้จริงแล้ว เขาเป็นใครในโลกของการออกแบบ เขาเชื่ออะไร และไม่เชื่ออะไร จุดยืนของตัวเขาในโลกของการออกแบบสถาปัตยกรรมนั้นอยู่ที่ใด  และ อะไรคือสถาปัตยกรรมของเขา

 

การให้คำปรึกษานักศึกษาของผมจึงไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานที่จะพยายามทำให้นักศึกษาเข้ามาอยู่ในเกณฑ์กลาง และให้ระแวดระวังต่อสิ่งเหล่านั้นอย่างเป็นสถาปนิกอาชีพ แต่ผลักดันพวกเขาไปที่สุดขอบของตัวพวกเขาเอง ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นคุณสมบัติที่ทำให้นักออกแบบสถาปัตยกรรม โดดเด่นแตกต่างกันในแต่ละคน

 

แต่เนื่องมาจากคนเราเชื่อไม่เหมือนกัน …

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องตรวจงานขั้นสุดท้ายนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงการวิจารณ์จากความเห็นส่วนตัวที่แตกต่างหลากหลายของเหล่าคณาจารย์เท่านั้น แต่มันยังเป็นการปะทะกันของอุดมการณ์ทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน การให้นิยามความหมายของสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน และความคิดความเชื่อในวัตถุประสงค์ของการเรียนสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน ความสับสน หวั่นไหวจึงเกิดขึ้นกับนักศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อต้องมาเจอการวิพากษ์ วิจารณ์ จากอาจารย์ที่มีอุดมการณ์ทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากตนเอง

 

จากสิ่งที่ผมเห็น ห้องตรวจงานวิทยานิพนธ์ขั้นสุดท้ายในปี พ.ศ. 2555 จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ในการนำเสนอความคิดและงานออกแบบของนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อสู้ช่วงชิงพื้นที่ระหว่างสถาปัตยกรรมกระแสหลักที่ยึดโยงอยู่กับมาตรฐาน ความเป็นมืออาชีพ กำลังในการผลิต และ สถาปัตยกรรมกระแสรองที่ยึดโยงอยู่กับการค้นหาแนวทางใหม่ในการออกแบบ การนำเสนอแนวทางใหม่ในการออกแบบตามสภาพทางสังคมและกิจกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงความคิดเชิงปรัชญา และ สุนทรียศาสตร์

 

ผมไม่ได้ร้องขอให้ทุกคนมีความคิดเห็นแบบเดียวกัน ไม่ได้ขอให้ทุกคนมุ่งไปสู่การออกแบบสถาปัตกรรมในแบบกระแสหลักหรือกระแสรอง แต่ผมเพียงใคร่ขอให้ ทุกอุดมการณ์ทางสถาปัตยกรรมได้มีที่ยืนในโรงเรียนสถาปัตยกรรม ให้โรงเรียนสถาปัตยกรรมเป็นพื้นที่ ของการเปิดกว้างทางความคิด ให้โรงเรียนสถาปัตยกรรมเป็นพื้นที่ซึ่งสอนนักเรียนสถาปัตย์ว่า คำตอบในการออกแบบสถาปัตยกรรมไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว คำตอบในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมมีแตกต่างหลากหลาย การออกแบบสถาปัตยกรรมนั้นไม่มีสิ่งใดถูกหรือผิด มันขึ้นอยู่กับตัวผู้ออกแบบเองเท่านั้นที่ต้องการให้มันออกมาเป็นแบบใด ด้วยความคิดความเชื่อแบบใด

 

ขอให้ความกระหายในความรู้ ความสงสัย และการโต้เถียง อยู่คู่กับนักศึกษาและอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตลอดไปครับ

 

ปัตย์ ศรีอรุณ

2 มีนาคม 2555

8 Responses to “การปะทะกันของอุดมการณ์ทางสถาปัตยกรรม”

  1. นิรนาม Says:

    เห็นด้วยครับ อ่านแล้วไม่มีไรจะแย้งเลย = =

  2. บุ๋น Says:

    เห็นด้วยครับ อ่านแล้วไม่มีไรจะแย้งเลย = =

  3. sharkymonz Says:

    สถาปนิกเป็นมากกว่าผู้หยิบเอาองค์ความรู้จากในตำรามาใช้งาน เเต่สถาปนิกเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์ ซึ่งตามความเข้าใจของหนูความสร้างสรรค์ หมายถึงการหยิบเอาความรู้เเละสิ่งรอบตัว มาประยุกต์ หรือ คิดต่างให้เกิดสิ่งใหม่ การที่เราคิดไม่เหมือนคนอื่นไม่ใช่เรื่องผิดอยู่ที่เราจะผลักดัน ความคิด หรือ สิ่งที่เราเชื่อมากน้อยเเค่ไหน การที่บอกว่าทำไม่ได้ หรอก หนูคิดว่าเป็นเพราะยังไม่มีใครทำ คที่ไม่เคยเห็นจึงกลัว เเละคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เเต่ก็อีกนั้นละคะ ถ้าเคยมีคนทำมาเเล้ว จะเรียกว่าสร้างสรรค์ หรือ ออกแบบใหม่ได้อย่างไร คิดต่างๆม่ใช่เรื่องผิด ถ้าเราเชื่อในสิ่ง่ี่เราทำ ซักวันมันจะปรากฏให้คนเห็นว่าการเป็นตัวประหลาดในสังคมที่คิดไปทางเดียวกัน เเต่เราคิดสวนทางนั้น มันมีประโยชน์ เเละเกิดได้จริง ฉะนั้น ถ้าึิดจะทำไรเเล้ว เต็มที่ดีกว่า ถึงเเม้ผลออกมาไม่เหมือน่ี่คนอื่นคิด เเต่เรารู้แก่ใจว่าเราได้อะไรคะ ;))

  4. SS Says:

    อ่านแล้วก็ได้ความคิดเห็นใหม่ๆ แต่ก็เห็นด้วยครับ เยี่ยมครับ

  5. the admirer Says:

    คอร์บูเคยเขียนบทความสั้นๆ เรื่อง “The Acrobat” ประมาณว่า

    บางคนอาจจะอุทานว่า “เขาขึ้นไปทำอะไรบนนั้น? บ้าหรือเปล่า?”
    บางคนอาจจะสับสน บางคนอาจจะสาปแช่ง และบางคนอาจจะคอยดูความหายนะเพื่อจะสะใจ

    และบางคนก็อาจจะแอบชื่นชมในความกล้าหาญ การเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์ที่นักกายกรรมแสดงออก
    และบางคนก็อาจจะลุ้นเอาใจช่วยอยู่เงียบๆ และ … ฯลฯ

    สิ่งที่แน่แท้จริง คือ นักกายกรรมเองที่ได้รับความพึงพอใจ ความสุข ที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเชื่อ และอย่างน้อยเขาก็ได้ do something meaningful!!!

    ิปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ของใหม่ และเชื่อว่าคงจะอยู่คู่กับการศึกษาสถาปัตยกรรมตลอดไป (ตราบใดที่เรายังแยกแยะไม่ได้ระหว่าง การเรียนรู้ vs กฎระเบียบ; การศึกษา vs การผลิตแรงงาน)

    และปรากฏการณ์เดียวกันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ ตราบใดที่เรายังไม่เข้าใจแก่นของประชาธิปไตย

  6. อิฐ Says:

    คิดถึงอาจารย์ปัตย์ครับ

  7. Ira Mency Says:

    i wish i had this blog name studio spaces as i a an artist!


  8. i wis i could read this page because i really want to learn more about studio spaces like i hope you will check out my art studio blog too!


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: