มาคุยเรื่อง Inception กันดีกว่า (Spoiler)

กรกฎาคม 23, 2010

หลังจากถูกหลอกให้พิมพ์ ใน FB แล้วปล่อยค้างเติ่งอย่างเดียวดาย เกิดเสียดายที่พิมพ์ไปเลยอยากจะชวนทุกท่านมาคุยเรื่องนี้กันครับ เปิดเผยเนื้อหาของหนังนะครับ ใครยังไม่ได้ดูปิดไปเลยนะครับ เนื่องจากพิมพ์ไปเรื่อยเปื่อยก็เลยขออนุญาตินำมาตัดลงเป็นส่วนๆ โดยที่อาจไม่สัมพันธ์กันมากนักครับ

ประเด็นเรื่อง สถาปัตยกรรมในจิตใจ

M: ก่อนอื่นหนูอยากทำความเข้าใจกับคำโฆษณาของค่าย ที่บอกว่าเป็น “หนังแอ็คชั่นไซไฟร่วมสมัยที่ว่าด้วยสถาปัตยกรรมทางจิตใจ”
ที่ว่าสถาปัตยกรรมทางจิตใจ…มันมีความหมายยังไงกันแน่คะอาจารย์?

PS: อโห มาถึงก็กะสกัดดาวรุ่งคนตอบกันเลยชิมิหนูเมย์ … คาดว่า สถาปัตยกรรมทางจิตใจนี้หมายถึงการเอามาจากทัศนะในเชิงพื้นที่ ที่เค้าแบ่งกันเป็นสามแบบ พื้นที่ในเชิงกายภาพ คือพื้นที่แบบที่เราเห็น, พื้นที่เชิงสังคม คือพื้นที่ซึ่งมีสถานการณ์ทางสังคมใดๆ ซ้อนทับอยู่ในพื้นที่นั้นๆ เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว ไม่ใช่พื้นที่เปล่าๆ แต่เป็นพื้นที่ซึ่งมีบริบทของความเป็นก๋วยเตี๋ยวทับอยู่, และพื้นที่ในจิตใจของปัจเจก

พื้นที่ในจิตใจของปัจเจกนี่แหละเป็น Key หลักในเรื่อง Inception คือในจิตใจของเรามี Space อยู่ และ Space ที่ว่านี้ บางทีอาจจะเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอกอีกครั้ง เป็นการ form กลับไปกลับมา หรือพูดง่ายๆก็คือ พื้นที่ภายในจิตใจจริงๆแล้วอาจจะเป็นพื้นที่ซึ่งถูกเจ้าของพื้นที่สร้างขึ้นและเป็นภาพสะท้อนของโลกที่เขาอยู่ เพราะฉะนั้น พื้นที่ภายในจิตใจ = พื้นที่ภายนอกจิตใจ

M: หรือว่าบางทีพื้นที่ภายในจิตใจอาจจะเป็นหน่วยที่ใหญ่กว่า????? แต่เพราะมันเป็นปัจเจก ทำให้บุคคลต้องปรับให้มันเท่ากับพื้นที่ภายนอก ส่งผลให้หนังเกิดความหรรษาขึ้นไปอีก ฮ่า

PS: ตรงที่เมย์ว่านี่แหละเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ตกลงอันไหนเป็นโลกจริงๆ ? โลกข้างในหรือโลกข้างนอก เคยจำได้ว่ามันมีสิ่งทีเหมือนกับจะเป็นโลกที่เราร่วมกันอยู่อีกโลกหนึ่ง หมายถึงว่าความจริงของเราคือการที่เรารับรู้โลกและเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ มันถึงเป็นโลกข้างในของเรา (ถ้านึกไม่ออกลองนึกถึงลุงที่มานอนฟินกันเป็นกลุ่มๆ)

แต่ที่น่าสนใจก็และสร้างความซับซ้อนกว่านั้นก็คือ เมื่อตัวละครต้องการจะฝัง inception เข้าไป หรือเข้าไป “สร้าง” พื้นที่ในจิตใจของเหยื่อขึ้นมา “สถาปัตยกรรม” จึงถูกใช้มาเป็นเครื่องมือ เพราะโดยปกติการรับรู้และสะท้อนพื้นที่ในจิตใจของปัจเจกนั้น เค้าคิดว่าเค้าไม่ได้เป็นคนสร้างสถาปัตยกรรมแต่เค้าทำหน้าที่แค่ “สะท้อน” มันออกมา แต่เมื่อกลุ่มพระเอกต้องการจะเข้าไปสร้างพื้นที่ซ้อนทับจึงต้องการ สถาปนิกซึ่งเป็นคน “สร้าง” พื้นที่ (สถาปัตยกรรมข้ึนมา) หนังเรื่องนี้จึงใช้คำว่าสถาปัตยกรรมในจิตใจ (ของปัจเจก) มิใช้พื้นที่ในจิตใจของปัจเจก

(จะเห็นว่าตรงนี้แตกประเด็นไปเรื่องอำนาจและขอบเขตของสถาปนิกได้แต่ไม่ได้เขียนไว้ หากท่านใดสนใจ เชิงแตะต่อเลยครับ เพื่อความมันส์)

ประเด็นเรื่อง Postmodern

การ twist, ประกอบสร้าง งั้นเรามาดูกันดีกว่าครับว่าเค้าได้ twist อะไรกันไปบ้างในหนังเรื่องนี้ หนังเรื่องนี้จริงๆแล้วโครงเรื่องทั้งหมดประกอบกันขึ้นในแบบหนังปล้น หนังโจรกรรม คือการที่ใครสักคน รวมทีมกันเพื่อไปทำอะไรสักอย่าง ซึ่งโดยปกติแล้ว มักจะต้องมีคนในอดีตตามมาหลอกหลอน หรือตัวเองต้องทำแบบนี้เพื่อแก้ปมปัญหาในชีวิต ขนบหนังแบบนี้พบได้มากมายทั่วไปอาทิ หนังรวม mini เรื่อง The Italian Job ที่นางเอกมีปมต้องการแก้แค้น และน้ำหนักของบทก็จะกระจายไปที่ตัวละครหลายๆตัว เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าหนังไม่ได้เป็นหนังใหม่ใดๆ เลย ขนบของมันยังถูกคิดตามอย่างเคร่งครัด ในแบบหนังรวมทีมโจรกรรม แถมยังมี Sub plot น้ำเน่าแบบที่เราเห็นทั่วไปคือ ปมในใจพระเอก กับ ภรรยา แต่สิ่งที่มันน่าสนใจคือการพยายามประสานเรื่องอื่นๆเข้ามา โดยใช้โครงหนังแบบหนังโจรกรรมเป็นตัวเริ่มต้น

ประเด็นเรื่อง ความจริงเสมือน

PS : ประเด็นเรื่องปมทางจิตซึ่งเป็นสิ่งที่โนแลนด์ชอบมากมาตั้งนานแล้ว ก็ยังถูกนำซ้อนขึ้นมา อะไรคือเส้นแบบของความจริงกับความฝัน แต่สิ่งที่จะทำให้คิดไปได้ว่าเค้าใช้กลวิธีแบบ POMO คือ การพูดถึงฝันชั้นที่สาม เพราะคือการ Twist ของ Twist ฝันในฝันในฝัน คำถามที่น่าสนใจคือมันเหมือนหรือต่างยังไงกับเวลาเราดูหนัง นิ้วเขมือบ เอะเราฝันไปหรือเราตื่นอยู่ มันต่างกันตรงที่ว่า ภาพของโลกในความฝันของ Inception มันเป็นภาพสะท้อนของสังคม Virtual reality คือ ในความฝัน ก็ดี เผลอๆ อาจจะดีกว่าความจริง แล้วตกลงอะไรมันคือความจริงกันแน่ ถ้าทั้งสองอันมันดีพอๆกัน ? ซึ่งมันแตกต่างกับ Matrix ที่ให้ภาพที่ไม่ดีแก่โลกใน Matrix หรือใน นิ้วเขมือบที่เราต้องตื่นเพราะว่า เดี๋ยวพี่เฟรดดี้จะมาเสียบเรา แต่ในโลกของ Inception โลกต่างๆมันดีหมด แล้วเราจะตื่นไปทำไม ? คำถามที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ สภาพของพระเอกเองก็มีภาวะไร้รากอยู่แล้ว โหยหาบ้าน อยากกลับบ้าน (ภรรยาในความฝัน และ ลูกๆ ในความจริง) แต่ทำไมมันยังจะมาบอกว่าอยากอยู่ในโลกจริง ทั้งๆที่มันไม่ได้สมหวังใดๆเลย ? ถ้าเป็นเราจะอยู่โลกไหน ? หรือบางทีมันอาจจะเป็นหนทางใหม่ของชีวิตของเรา ?

ประเด็นเรื่องความจริงหลากหลาย

หนังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อในความจริงหลากหลายมาก แม้กระทั่งตอนจบ ! หรือแม้แต่การที่พูดถึง Butterfly effect ที่กระทบข้ามชั้นกันเลยทีเดียว Kick ที่เรื่องเล็กๆในโลกที่ใหญ่อาจเป็นเรื่องใหญ่ๆในโลกที่เล็ก รถชนขอบสะพานอาจทำให้ภูเขาหิมะถล่มลงมาได้ เสี้ยวเวลาในความจริงของโลกหนึ่งอาจเป็นยี่สิบนาทีของอีกโลกหนึ่ง และที่มันเจ๋งคือมันตัดให้เห็นว่ามันเป็นความจริงชุดที่ต่อเชื่อมกัน รถค่อยๆตก ยิงกันที่โรงแรม โซ้ยกันที่ขั้วโลกเหนือ และที่ผมชอบมากคือการใช้การผลิตซ้ำๆ ของบทสนทนา มันพูดบทเดียวกัน ซ้ำไปมา แต่เราไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินที่ไหนแต่เคยได้ยินมาก่อนแล้ว สามสี่รอบ POMO มาก !

4 Responses to “มาคุยเรื่อง Inception กันดีกว่า (Spoiler)”

  1. PongSantayanon Says:

    like this chart!! this can be an idea for studio 2…

    “students are required to create a 3-layers-space!!”

    ก่อนทำงานก็ไปฝันก่อน..หนึ่งรอบ 55

  2. poo Says:

    “โอ้ Inception…ส่วนผสมที่ไม่ลงตัวของ Being John Marcovich+The cell+Avatar”

  3. marnoet Says:

    ยังไม่ได้ดูเลยอ่า

  4. Ne-o-K Says:

    จาก Chart link ที่ส่งมา น่าสนใจจริงๆ
    แต่ผมคิอว่า level 5 ฝันนี้เป็นของ Cobb น่ะ ไม่ไช่ No one
    อีตาคนที่ทำ ไม่รู้ทำถูกผิดอย่างใด ลองขยายกันหน่อยไหมจีะ

    หรือ เอ… น่าจะจัดประกวด ทำ Event of dreams diagramme และ Map มันผสมลงเป็น
    Relationship (of dreams) diagramme อีกที ของฝันทุกคนในเรื่อง Inception กันดีไหม
    น่าจะเหมาะกับ สถาปนิก นักทำ diagramme ทั้งหลาย
    และมันสามารถ พลิกไปมาในมุมมองหลากหลาย เชื่อมโยงความคิด เหตุการณ์และความฝันกัน
    เช่น ในมุมของ Cobb ของน้องนศสถาปัตย์ ของ Saito หรือแม้แต่โลกของ Mal อยู่ในฝันของ Cobb etc…….
    อึมมม น่าคิด น่าคิดครับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: