Stu 3 is Back

กรกฎาคม 13, 2010

สวัสดีชาว Studio Spaces
ห่างหายไปนาน ไม่ได้หายไปไหนนะครับ แต่ช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างขาด motivation ในการเข้ามาเขียนอะไรต่างๆ นานา แต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากผ่านเหตุการณ์อันน่าสลดของการจากไปอย่างไม่หวนคืนของ รศ. สมเกียรติ ตั้งนโม อาจารยผู้ใหญ่ที่ผมนับถือมากๆๆ อีกคน มันทำให้ผมรู้สึกว่า อยากให้ studio spaces แห่งนี้ เป็นเสมือนลูกหลานของ Midnight University ในแ่ง่ของการออกแบบสถาปัตยกรรม ต่อไป (ฝันเอาไว้เองนะครับ)

หัวข้อในวันนี้ คือ Stu3 is Back ครับ กลับมาแล้วหลังจากปล่อยให้ Stu2 ของอาจารย์อนฎ ปล่อยของอยู่นานสองนาน Stu3 ในปีนี้น่าสนใจมากๆ เพราะเราเปิดโอกาสให้อาจารย์แต่ละท่านได้สร้างสรรค์กระบวนการสอนกันเอง ภายใต้ระบบ unit master มากขึ้น มีหลากหลายครับ เพราะจากในที่ประชุมอาจารย์แต่ละท่านมีความโดดเด่นและมีแนวทางที่แตกต่างกัน ถ้าเราอิงอยู่แต่ในระบบแบบ Objective base – คือ เน้นผลผลิตที่ตัววัตถุ ตัว final product ว่าจะต้องเป็นอาคารอะไรชนิดไหนพื้นที่เท่าไหร่แต่อย่างเดียว แย่ครับถอยหลังตกคลองไปเลยดีกว่า กลับไปสู่การเรียนการสอนสมัยยุค70’s แบบนั้นไม่น่าเรียนไม่น่าสอนครับ แต่อย่างไรก็ตาม Unit Master ในครั้งนี้ไม่ได้ totally free นะครับ เรามีการผสมผสานให้เกิดเป็นแบบเราๆ คือ อิงอยู่กับโจทย์หลักบางส่วนที่ได้มาจากฝ่ายบริการวิชาการกลาง เช่น อิงกับขนาดพื้นที่ใช้สอยของโครงการ อิงกับหัวข้อหลักของชั้นปี ซึ่งในเทอม 1 ของปี 3 นี้เราจะเน้นที่ “กระบวนการ” ครับ ต่อไปนี้จะเป็นงานในกลุ่มนักศึกษาที่ผมดูแล ส่วนอาจารย์คนอื่นๆ สอบถามกันเอานะครับ เนื้อหาของกลุ่มที่ผมวางเอาไว้ทั้งหมดจะแบ่งออกเป็นสองส่วนนะครับ

Introduction

Part 1 : from Product to Process (ครึ่งเทอมแรก)
ในการทำงานส่วนแรกนี้ “จากสินค้าสู่กระบวนการ” โดยเริ่มจากการเลือก ทำความเข้าใจ และวิเคราะห์ “สินค้า” ในฐานะที่เป็นผลผลิต สะท้อนให้เห็นถึง “กระบวนการ” ผลิต ขั้นตอนต่างๆ ที่ประกอบสร้างเป็นสินค้าชนิดนั้นขึ้นมา ภาพสะท้อนของกระบวนการผลิตนี้จะกลายเป็นวัตถุดิบที่สำคัญที่นักศึกษาจะต้องทำการบันทึก คลี่คลายให้เห็นถึงผู้ใช้ สร้างเรื่องเล่าผ่านเครื่องมือการสื่อสารทางภาพ และที่สำคัญนักศึกษาจะใช้วัตถุดิบดังกล่าวนี้เป็นต้นทุนในการออกแบบรูปทรงและที่ว่างทางสถาปัตยกรรมทั้งในแง่ของ กิจกรรม ขนาดพื้นที่ เส้นทางการเชื่อมต่อ ต่อไป

Part 2 : from Process to Product (ครึ่งเทอมหลัง)
ในส่วนที่สองนี้ทีมเรียนรู้ถึง “Diagram” หรือ ภาพตัวแทนของกระบวนการ (Diagrammatic of Process) มีความหลากหลายอย่างไรบ้าง แต่ละกระบวนการมีจุดประสงค์อย่างไร หรือเปิดหนทางให้เราค้นหา ทำความเข้าใจ ตีความ และประยุกต์ใช้กระบวนการเหล่านั้นในการออกแบบอย่างไร ดังนั้นการทำงานในส่วนที่สองนี้ นักศึกษาจะเลือก “Diagram” รวมถึงการสื่อสารถึงกระบวนการเหล่านั้นเพื่อใช้เป็นต้นทุน หรือวัตถุดิบในการเลือกกิจกรรม ความต้องการของพื้นที่ และสร้างสรรค์รูปทรงและที่ว่างทางสถาปัตยกรรม โดยที่ไม่มีข้อจำกัดของรูปแบบ หรือผลลัพธ์ของผลผลิต หรือสินค้ามาเป็นข้อจำกัดตั้งแต่แรก

เริ่มจากงาน Sketch Design ชิ้นแรก

ต่อจากงาน Sketch Design ชิ้นสอง

เมื่อนักศึกษาได้ทำการศึกษา (และวิจัยเล็กๆ) ผ่าน sketch design ทั้งสองชิ้นแล้ว ข้อมูลที่นักศึกษาได้คือ 1) กระบวนการผลิตที่ถอดออกมาจากชิ้นงานที่นักศึกษาเลือก 2) กลุ่มคนหรือผู้ที่น่าจะเป็นผู้ใช้สินค้าชนิดนั้นๆ 3) พื้นที่หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนและสินค้านั้นๆ ทั้งสามส่วนนี้จะถูกเอามาผสมผสานกันเพื่อให้ได้ออกมาซึ่ง โครงการ Art and Craft Common ที่ตั้งจะอยู่ในบริเวณเดียวกับกับ CMU Art Museum ซึ่งนักศึกษาบางคนอาจจะเสนอว่าเป็นส่วนต่อเติม เป็นส่วนขยาย หรือเป็นส่วนที่เพิ่มเข้าไปเพื่อให้ CMU Art Museum แห่งนี้สมบูรณ์ขึ้น (แน่นอนว่ามีงานในส่วนวิเคราะห์ที่ตั้งเดิมและโปรแกรมเดิมของ CMU Art Museum อยู่ในขั้นตอนการเรียนรู้ด้วย) ส่วนต่อไปคือ งานและการพัฒนาการของนักศึกษาแต่ละคนนะครับ


คณัสนันท์ ตันวัฒนานันท์ (แอ๊ว)
นักศึกษาเลือก “ตาข่าย” ที่มีลักษณะการสานกันของเส้นใยสังเคราะห์ นักศึกษาได้ทำการถอดกระบวนการผลิต ในขั้นตอนต่างๆ ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แสดงให้เห็นชัดเจนถึงทุกขั้นตอนในการทำงาน รวมไปถึงในงานชิ้นที่สองที่นักศึกษาสามารถจินตนาการถึง ผู้ใช้โครงการได้อย่างชัดเจน เป็นผู้หญิงที่ทำงานด้านโฆษณาและกราฟฟิกต่างๆ นักศึกษาได้ผสมผสานงานโครงการใหม่เข้ากับโครงการหอศิลป์เดิมได้อย่างลงตัว มีการผนวกเอาโรงเรียนที่สอนงานออกแบบสิ่งพิมพ์และกราฟฟิกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหม่ด้วย ที่สำคัญการแปลงแนวคิดในระดับนามธรรม (จากขั้นตอนของการสานต่างๆ การสอดผสานของเส้นต่างๆ) เข้าสู่ระดับรูปธรรม เป็นไปได้อย่างดี สามารถวางตำแหน่งของห้องต่างๆ การใช้พื้นที่สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนคิดที่ละเอียดรอบคอบได้ดี ในขั้นตอนต่อไปถ้าได้พัฒนาถึงการวางโครงสร้าง การเลือกวัสดุต่างๆ จะทำให้งานของนักศึกษาชิ้นนี้ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม


ชนะ ฉายานนท์ (อตอม)
“หมวกหวาย” เป็นงานหัตถกรรมที่นักศึกษาเลือกมาเป็นต้นกำเนิดของการออกแบบโครงการ นักศึกษาถอดกระบวนการผลิตออกมาได้อย่างน่าสนใจ โดยแสดงให้เห็นถึงเปลือกและโครงภายใน ประเด็นเรื่องของการสานโครง ที่ประกอบกันเป็นพื้นที่ปิดล้อมขนาดใหญ่ถือว่าเป็นประเด็นหลักของโครงการ ในขั้นของการขยายผลไปสู่ผู้ใช้โครงการ นักศึกษาสามารถนำเสนอให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่าง “คนรุ่นใหม่” ที่สนใจหมวกในแง่ของแฟชั่นย้อนยุค และในขณะเดียวกันก็มีภาพ “คนรุ่นเก่า” ที่ใช้หมวกหวายนี้ในชีวิตประจำวัน นักศึกษาพัฒนาโครงการต่อเนื่องเป็นโครงการที่นำเสนอเรื่องราวของคนทั้งสองขั้วที่เข้ามาเรียนรู้จักกัน แลกเปลี่ยนทัศนคติกัน และที่สำคัญดึงเอาศักยภาพของการผลิตงานที่เกี่ยวข้องกับหวายและหัตถกรรมมาในพื้นที่แสดงงานร่วมกัน ในช่วงของการพัฒนาแบบนักศึกษาค่อนข้างมีความล่าช้า และติดยึดกับรูปแบบของโครงสร้างมากจนเกินไป ขั้นตอนของการเลือกใช้วัสดุมุง และการจัดพื้นที่ใช้สอยในโครงการมีความเป็นไปอย่างล่าช้า ถ้ามีการพัฒนาจุดนี้ให้เร็วขึ้น งานออกแบบจะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น


ณัฐพล กุณา (มึนเฮ)
นักศึกษาเลือก “ร่ม” ที่มีความโดดเด่นในแง่ของ พื้นผิว ที่สามารถปิดและเปิดได้ ที่สามารถทำให้มองเห็นและปิดบังได้ และในขั้นของการขยายผลเพื่อจินตนาการไปสู่ผู้ใช้สอยโครงการ นักศึกษาทำออกมาได้ดี ขยายผลจนทำให้สามารถมองเห็นผู้ใช้โครงการที่ชัดเจน เป็นนักศึกษาหญิงที่ชอบเรียนศิลปะและรักในวัฒนธรรมล้านนา โครงการของนักศึกษาเป็นโครงการที่เน้นในด้านการเรียนรู้งานฝีมือ งานจักรสาน แต่สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดในงานของนักศึกษาคือ การเลือกตำแหน่งของการวางโครงการใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าของหอศิลป์เดิม เพราะนักศึกษาได้นำเอาแนวคิดเรื่อง “การมองเห็นและการปิดบัง” มาใช้กับการสร้างรูปด้านใหม่ของหอศิลป์ที่มีความชัดเจนและต่อเนื่อง เป็นการปรับปรุงทางเข้าหลักของหอศิลป์อีกด้วย อย่างไรก็ตามนักศึกษามีการพัฒนาในรายละเอียดค่อนข้างล่าช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของโครงสร้างหลังคาที่นักศึกษาพยายามจะนำเอาคุณลักษณะของ “ร่ม” มาใช้


ดนัยกฤต นันทประภากร (โย)
นักศึกษาเลือก “อังกลุง” เป็นผลผลิตของการผสมผสานระหว่างงานหัตถกรรมและเครื่องดนตรีที่น่าสนใจมาก นักศึกษาสามารถทำแบบฝึกหัดที่ หนึ่ง ในเรื่องการถอด กระบวนการผลิตออกมาได้เป็นอย่างดี และในแบบฝึกหัดที่สอง ในเรื่องการจินตนาการถึงผู้ใช้โครงการ ก็ทำออกมาได้เป็นอย่างดีเช่นกัน นักศึกษาเลือกที่จะเอา เส้นสายและข้อต่อ ของเครื่องดนตรีอังกลุงมาใช้ในเป็นแนวคิดของการวางผัง และกำหนดพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ในโครงการ นักศึกษาเลือกที่จะทำเป็นพิพิธภัณฑ์ดนตรีไทย ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับ การเดินดูงานศิลปะจากหอศิลป์เดิมได้อย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่ลานแสดงดนตรีไทยกลางแจ้ง พร้อมทั้งร้านอาหารและ พื้นที่ในการนั่งวิปัสสนาตอนเช้าอีกด้วย นักศึกษาแสดงให้เห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าถ้านักศึกษาได้ลงรายละเอียดในการเขียนแบบ การจัดบรรยากาศในพื้นที่โครงการ รวมกระทั่งถึงโครงสร้างหลักและรอง จะทำให้งานของนักศึกษาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น


นันทนัช จุลนิพิฐวงษ์ (มัดหมี่)
ในขั้นแรกนักศึกษาเลือกเอา “ที่วางขวดไวน์” ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นในแบบร่วมสมัย นักศึกษาพยายามทำความเข้าใจและถอดขั้นตอนของการผลิตออกมาได้อย่างน่าสนใจ ประเด็นเรื่อง “ความสมดุลย์” ได้ถูกหยิบยกเป็นแนวคิดของการมองและตีความต่อเนื่องไปยังผู้ใช้โครงการ ซึ่งนักศึกษาสามารถจินตนาการถึง ผู้ชายชาวตะวันตก ที่ค่อนข้างมีอายุอยู่ในวัยประมาณ 40 รักสุขภาพ และชอบความสงบ ดังนั้นนักศึกษาจึงเลือกที่จะพัฒนาโครงการเป็นร้านขายไวน์ โรงเรียนสอนการชิมไวน์ ที่นั่งสมาธิ และร้านอาหาร อย่างไรก็ตาม ในช่วงของการพัฒนาแบบนักศึกษาค่อนข้างมีความลำบากในการแปลงเนื้อหาและประเด็นทางนามธรรม เช่น “ความสมดุลย์” นำมาใช้ในการออกแบบ แต่เนื่องจากนักศึกษาเป็นคนที่มีความอดทนและมีความพยายาม ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของนักศึกษา จึงทำให้นักศึกษาได้สร้างรูปแบบต่างๆ เป็นทางเลือกออกมาหลายทาง ทำให้นักศึกษาได้ก้าวข้ามปัญหาของการออกแบบได้ ซึ่งถ้ามีเวลาในการพัฒนาและทำความเข้าใจเรื่องโครงสร้างมากกว่านี้เชื่อว่างานของนักศึกษาน่าจะออกมาน่าสนใจมาก


เบญญา สิงห์อุสาหะ (ยาหยี่)
นักศึกษาเลือก “เสื่อญี่ปุ่น” เป็นงานหัตถกรรมที่เป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบ นักศึกษาสามารถถอดกระบวนการสานของเสื่อออกมาได้อย่างดี แกนหลักและแกนรองที่นักศึกษาเลือกในการขยายความเป็นประเด็นที่น่าสนใจ และตามมาด้วยการจินตนาการถึงผู้ใช้โครงการ เป็นกลุ่มคนที่ชอบการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและแช่มช้า (Slow life and slow food) นักศึกษานำเอาประเด็นเรื่องการสาน และแกนหลักแกนรองที่ได้มานำมาใช้ในการวางผัง มีการผสมผสานกับอาคารหอศิลป์เดิม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบได้กับการสานโครงการเก่าเข้ากับโครงการใหม่ได้อย่างดี พัฒนาการของการออกแบบมีอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญนักศึกษาสามารถปรับความซับซ้อนของการวางผังและเส้นทางการเดินในโครงการให้มีความเรียบง่ายและเข้าใจได้มากขึ้น


ฤชุวี นาคทับทิม (รุ้ง)
“ตะกร้อหวาย” เป็นชิ้นงานที่นักศึกษาเลือกในการศึกษา นักศึกษาพยายามแสดงให้เห็นถึงการสานของเส้นหวายต่างๆ ในลูกตะกร้อ และในที่สุดนักศึกษาพบว่า ประเด็นหลักของการสานคือ การผสมผสานกันในระนาบทางดิ่ง (Interlocking) ซึ่งเป็นประเด็นที่นักศึกษานำมาขยายความถึงการออกแบบวางตัวอาคาร ในขั้นตอนของการขยายผลถึงผู้ใช้โครงการ นักศึกษาเลือกทำเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสอนการสาน ด้วยการนำแนวคิดเรื่องการสอดผสานและการเชื่อมโยง นักศึกษาได้นำไปใช้กับการวางผังและการออกแบบของตัวอาคารต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจและค่อนข้างลงตัว รวมถึงการที่นักศึกษาสามารถคิดถึงบรรยากาศโดยรอบ และการออกแบบพื้นที่ว่างภายใน จึงทำให้งานออกแบบชิ้นนี้ค่อนข้างลงตัว และสามารถพัฒนาไปเป็นงานจริงได้


วทัญญู ปินตาปุ๊ด (เบียร์)
นักศึกษาสนใจ “กระด้ง” โดยเฉพาะลวดลายของการสานและการขัด นักศึกษาได้พิจารณารายละเอียดและนำเสนองานในช่วงแรกออกมาได้ค่อนข้างดี ประเด็นที่นักศึกษาเลือกเพื่อการขยายผลต่อคือเรื่อง “จังหวะของความซ้ำของลาย” นักศึกษาได้นำเอาแนวคิดดังกล่าวเข้ามาผสมผสานกับพื้นที่ใช้สอยของโครงการหอศิลป์เดิม ได้อย่างน่าสนใจ โครงการของนักศึกษาเป็นส่วนที่เกิดขึ้นจากผู้ใช้โครงการที่นักศึกษาจินตนาการไปถึง คือเป็นผู้ที่สนใจงานในด้านภาพยนตร์ในอดีต ซึ่งทำให้ต่อเชื่อมเข้ากับพื้นที่ของหอศิลป์ได้อย่างดี ประกอบไปด้วยส่วนเรียนและทำงานเกี่ยวกับกราฟฟิก โรงภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม นักศึกษาดูเหมือนจะติดยึดกับรูปแบบที่ได้มามากเกินไป จึงทำให้พัฒนาการในด้านรายละเอียดของโครงการ มุมมองภายในโครงการ การเลือกใช้วัสดุ ที่น่าจะสามารถขยายผลต่อไปได้ กลับได้รับการพัฒนาค่อนข้างน้อย


วัลภา เชยรส (ซาสี่)
นักศึกษาเลือกงานหัตถกรรมที่ทำจากหวาย ขึ้นรูปเป็น “พัด” นักศึกษามีความพยายามที่จะถอดขั้นตอนของการสานพัด จับลักษณะเด่นคือการที่มีแกนหลักตรงกลางและแยกออกไปในทิศทางต่างๆ และเมื่อขยายความไปสู่ผู้ใช้โครงการแล้ว นักศึกษาสามารถจินตนาการถึง ผู้ใช้อาคารหลักสามประเภท คือ นักศึกษาผู้ซึ่งมาเรียนรำพัด ชาวบ้านผู้ซึ่งทำงานหัตถกรรมเพื่อขายและเพื่อใช้ในการเรียนรำพัด และนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเข้ามาดูและมาซื้อหางานฝีมือจากชาวบ้าน การพัฒนางานของนักศึกษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง นำเอาแนวคิดเรื่องการรวมและกระจายแกน เข้าไปเทียบเคียงกับการจัดผังโครงการและพื้นที่ส่วนประกอบต่างๆ นักศึกษามีความพยายามจะใช้เส้นทางการเดินเพื่อสื่อและแสดงภาพตัวแทนของการสาน ทำออกมาได้ค่อนข้างดี แต่ปัญหาที่พบคือ นักศึกษาขาดความเข้าใจในการแปลงแนวคิดที่เป็นนามธรรมให้ออกมาเป็นรูปธรรม ซึ่งเชื่อว่าขาดตัวอย่างหรือขาดเครื่องมือที่จะช่วยให้เกิดการสร้างการเปลี่ยนแปลง ต้องพัฒนาในแง่ของการสร้างที่ว่าง ช่องเปิด และการปิดล้อมด้วยองค์ประกอบต่างๆ การแบ่งสัดส่วนระหว่างพื้นที่ที่เป็นตัวอาคารและพื้นที่ว่างสีเขียวโดยรอบ


วาสุทิน คำพรหม (บูม)
นักศึกษาเลือก “กระบวยตักน้ำไม้” เป็นงานหัตถกรรมที่ใช้ในการดึงเอาขั้นตอนการผลิตออกมา ในช่วงแรกนักศึกษาทำงานออกมาค่อนข้างดี สามารถใช้การลดทอนของรูปทรงหลักของงานหัตถกรรม แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงในลักษณะที่เกิดจากการขัดกันขององค์ประกอบทั้งสองส่วนภายใน นักศึกษาได้นำเสนอให้เห็นถึงการแปลงลักษณะเด่นดังกล่าวเทียบเคียงกับการวางผัง การเข้าถึง มุมมองต่างๆ ของคนที่เข้าไปใช้สอยภายในโครงการได้ดี นักศึกษาค่อนข้างมีปัญหาในการควบคุมและจัดสรรเวลา ซึ่งทำให้งานขาดการพัฒนาที่ดี และต่อเนื่อง และในช่วงงาน SKD02 นักศึกษาไม่ได้ส่งงานทำให้การขยายผลหรือจินตนาการไปสู่ผู้ใช้สอยโครงการค่อนข้างไม่ชัดเจน


วีรวัชญ์ รักอริยะธรรม (รเด่น)
นักศึกษาเลือก “ปลาตะเพียนสาน” เป็นงานหัตถกรรมที่เป็นชิ้นงานที่นักศึกษาสนใจ นักศึกษาสามารถถอดกระบวนผลิต หรือการสานได้อย่างชัดเจน นักศึกษาเลือกนำเอาขั้นตอนหนึ่งที่ชัดเจนในการสานมาเป็นประเด็นหลักในการผลิตงานออกแบบในขั้นของโครงการ สิ่งที่น่าสนใจในงานของนักศึกษาคือ ความพยายามที่จะแปลงรูปแบบการสาน ขั้นตอนการสาน ให้ออกมาเป็นพื้นที่ว่างและพื้นที่ปิดล้อมของโครงการ รวมทั้งความพยายามที่จะรักษา แรงที่เกิดจากการสาน และเมื่อเทียบกับการออกแบบวางผัง นักศึกษาสามารถเทียบเคียงหรือนำเอาประเด็นหลักมาใช้ได้เป็นอย่างดี เกิดการออกแบบที่ว่างที่เกิดจากการซ้อนทับ การใช้พื้นที่ที่น่าสนใจ ในขั้นตอนต่อไปถ้านักศึกษาสามารถเลือกวัสดุและโครงสร้างที่เหมาะสม เชื่อว่าจะออกมาเป็นงานที่ดี


ภาพสะท้อนจาก ผู้ดูแลกลุ่ม
จากวัตถุประสงค์ของกลุ่ม ทั้งสามข้อ คือ 1. เพื่อถอดและบันทึกขั้นตอนของกระบวนการในการผลิตสร้างชิ้นงานที่นักศึกษาเลือกอย่างเป็นขั้นตอน 2. เพื่อตีความและสร้างจินตนาการจากกระบวนการดังกล่าวให้เห็นถึงผู้ใช้และสร้างให้เกิดเป็นการใช้พื้นที่ได้ และ 3. เพื่อประยุกต์ใช้ข้อมูลทั้งกระบวนการ ผู้ใช้ และการใช้พื้นที่ เพื่อสร้างให้เกิดโครงการออกแบบสำหรับอาคารสาธารณะพื้นที่ 2000 ตารางเมตรได้ จะเห็นได้ว่า นักศึกษาแต่ละคนมีความพยายามที่จะเข้าใจและเรียนรู้ถึงกระบวนการขั้นตอนต่างๆ และในหลายครั้งที่นักศึกษาไม่เข้าใจและคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่ากำลังทำอะไรอยู่ ในฐานะผู้ดูแลกลุ่มคิดว่า นั่นแหละเป็นกระบวนการการเรียนรู้ที่ดีที่สุด เพราะโดยจุดยืนของผมเชื่อว่า “งานสถาปัตยกรรมย่อมประกอบไปด้วยสองส่วนหลักๆ คือ วิทยาศาสตร์ – การใช้พื้นที่ ตรรกะของการใช้พื้นที่ ความสมเหตุและผล รวมถึงการคิดหาตารางเมตร และ ศิลปะ – ความงามของการสร้างสรรค์ที่ว่าง ปั้นแต่งรูปทรงของตัวอาคาร การเชื่อมโยงกับจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ความลงตัว และความกลมกลืนหรือโดดเด่นร่วมกับพื้นที่” ดังนั้นถ้านักศึกษาสามารถอ่านโจทย์ได้ และหาคำตอบได้เองอยู่แล้ว เช่น อิงอยู่กับ ชนิดของอาคาร (building type) หรือ อิงอยู่กับการใช้สอยแต่เพียงอย่างเดียว (Functionalism) หรือเอาแต่เหตุผลโดยไม่สนใจความงาม (Rationalism) งานออกแบบสถาปัตยกรรมก็มีแต่ความน่าเบื่อและจำเจ ซึ่งงานในกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการย่ำอยู่กับที่ แต่ต้องการขยายองค์ความรู้ และความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษา ไปพร้อมๆ กับหลักการที่มีเหตุและผล มีตรรกะของความคิด ที่เป็นของนักศึกษาแต่ละคน – โดยรวมแล้ว ผมคิดว่าในครั้งนี้ผลงานที่ได้ออกมาค่อนข้างน่าพอใจ และคาดว่าในโครงงานชิ้นต่อไปน่าจะสนุกกันมากขึ้น

สันต์ สุวัจฉราภินันท์
10-07-13

8 Responses to “Stu 3 is Back”

  1. ิbrickbrick Says:

    สวัสดีค่ะ อ.สันต์
    ช่วงนี้สถานการณ์คนรอบๆ ตัวดูอึมครึมไปเหมือนกันค่ะ
    มันเหมือนกับว่าทุกคนต่างทำและให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตนเองต้องทำ
    จนลืมไปว่า คนเราต้องทำอะไรที่ไม่จำเป็นต้องทำแต่ “ควร”ทำ หรือ”น่า”ทำบ้างเพื่อค้นหาความหมายเพิ่มเติมให้กับชีวิต..ซึ่งไอ้เจ้า”ความหมายเพิ่มเติม”นี่แหละ ที่จริงเป็นสิ่งสำคัญมาก คิดว่า”มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน” คงเกิดขึ้นเพราะสาเหตุทำนองเดียวกันนี้ ขอไว้อาลัยในการจากไปของ อ.สมเกียรติมาไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ

    โปรเจคท์ปี 3 ที่อาจารย์สันต์นำมาให้ดูน่าสนใจมากค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้นักศึกษาปี3 ทุกคนนะคะ🙂

    อ้อ! มีข้อสงสัยว่างานชิ้นนี้จะจบตรงมิดเทอมหรือเปล่าคะ หรือจะทำต่อจนถึงไฟนอล

    เดี๋ยวคงหาโอกาสเอางานของปี 2 ปัจจุบันมาให้ดูบ้าง
    ที่จริงก็มีประเด็นที่คล้ายกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะคำถามของการสอน Studio
    ว่าทำยังไงให้นักศึกษาเข้าใจสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะ Key ที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบ คือ Users / สภาพแวดล้อม และสร้าง Subject บนความเข้าใจนั้นเพื่อแปลงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ออกมาเป็นกระบวนการออกแบบ

  2. งามอย่างมีคุณค่า Says:

    งานของน้องมัดหมี่น่าติดตามมากค่ะ

  3. studiospaces Says:

    @ Aj. Anot
    คร๊าบเห็นด้วยว่าช่วงนี้มันอึมครึมแต่เราอย่าได้สนครับ อย่าได้แคร์สื่อพี่ ลุยเลยอยากทำไรทำ ผมต้องขอบอกว่าการแต่งตัวของพี่สามารถเพิ่มพลังการสร้างสรรค์ของผมอย่างหนึ่งเหมือนกันนะครับ ชอบๆ ใจจริงๆ ผมว่าถ้าอาจารย์ุทุกๆ คนได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน (อย่างที่เป็น Academic จริงๆ จังๆ) แลกเปลี่ยนกันว่าทำอะไรมาได้เรียนรู้อะไรกันบ้าง อาจารย์หลายๆ คนยังเอาความรู้เดิมๆ มาสอนเลยพี่ เหมือนกับว่าไม่ต้องเตรียมตัวน่ะ นักศึกษาเอาอะไรมาให้ดูก็พูดก็เม้นไปตามนั้น ผมว่าเหมือนกับตอนที่ผมเรียนมาเลยพี่ แต่นี่มันเกือบ 20 ปีแล้วม่ะที่ผ่านมาแต่ space ที่เห็นมันเหมือนๆ เดิมเลย เซ็งๆ เหมือนกันนะพี่ T_T แถมเราก็ชื่นชมงานที่มันมีความคิดที่แปลกใหม่ มีรูปแบบให้เห็นเต็มไปหมด มีงานประกวดแบบเจ๋งๆ มาให้ดู แต่เมื่อหันกลับมาดูงานสตูที่สอนกัน … ยังกะคนละโลกเลยพี่บางครั้งบางทีนะ (แอบบ่น) อย่างไรก็ตาม ช่วยกันนะครับ สู้ไปด้วยกัน อยากเห็นงานปี2 ด้วยครับ เอามาโหลดให้ดูกันด้วยนะครับ

    @ งามอย่างมีคุณค่า
    จริงครับ น่าติดตาม และมีอีกหลายคนเลยนะครับ อย่างไรขอเชิญมาดู exhibition ของ สตู3 อาทิตย์หน้านะครับเปิดวันศุกร์ Exhibition on the Curve (not BB na)

  4. studiospaces Says:

    เมื่อเช้าผมขับรถผ่านไปที่สุสานหายยา เป็นครั้งแรกที่ผมคิดว่าที่เชิงตะกอนมีคนที่ผมให้ความเคารพอยู่ท่านหนึ่งอยู่ที่นั้นด้วย มันเป็นความรู้สึกเหนือคำบรรยาย และความคิดก็ล่องลอยไปไกล สดุดีแก่ท่านอาจารย์ สมเกียรติ เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่แก่แวดวงการศึกษาเกี่ยวกับออกแบบของไทย โดยเฉพาะเชียงใหม่ครับ T-T ต่อไปนี้จะไม่มีหนังสือใหม่ๆจากอาจารย์มาให้อ่านอีกแล้ว หรือว่าจะไม่มีกราฟฟิคแบบมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนที่เป็นรูปคนหน้าตาแปลกๆ มาให้ดูอีกแล้ว …

    ชีวิตสั้นนักครับ สั้นเกินกว่าจะตีโพยตีพาย ทำเลย ทำอะไรก็ได้แต่ทำเลยครับ

    เก็บข้อมูลของผมมาเยอะพอสมควรมีเพลทงานต่างๆ แต่อยากรอจนไฟนอลก่อนถึงเขียน (แอบเนียนผ่อนผันเวลา) อยากให้ทุกอย่างมันเชื่อมประสานกัน อีกไม่กี่ชั่วโมงจะรู้ผลแล้วว่า ที่สอนมาสองเดือน เราทำให้เค้าได้พัฒนาขึ้นหรือย้ำอยู่กับที่ ….

    ปัตย​์

  5. studiospaces Says:

    อ้อ ลืมแซว ขอชื่นชม และคารวะจากใจจริงแก่ อ.สันต์ครับที่ทำ ข้อมูลระดับเทพขนาดนี้ครับ ด้วยความเคารพครับ ผมคิดอยู่เสมอว่า อาจารย์ต้องได้รับรางวัลอะไรเกี่ยวกับอาจารย์ดีเด่น จากที่ไหน สักที่หนึ่งในวันใดวันหนึ่งจริงๆครับ ควรจะมีคนแซ่ซ้องเสริญอาจารย์ดีๆครับ ;])

    ปัตย์ครับ

  6. studiospaces Says:

    @ อ ปัตย์
    ก็เกินไปครับ ไม่ได้หวังว่าจะมีคนมาต้อง “แซ่ซ้องสรรเสริญ” อะไรกันหรอกครับ เพียงแค่ตอนที่เรียนมันเจ็บใจว่าไม่ได้ทำโปรเจคมันส์ๆ ตอนทำรวมเล่มผลงาน Portfolio งานมันดูก็อกแก็กมากๆ เลย ต้องมานั่งทำใหม่คิดใหม่ ให้มันดูเหมือนว่าเราคิดอะไรกับมันเยอะขึ้น ก็เลยอยากให้นักศึกษารุ่นๆ นี้เค้าได้ทดลองอะไรสนุกๆ เราก็ได้คิดได้ทำได้ค้นคว้าไปกับพวกเขาด้วยครับ ผมได้เรียนรู้ได้เห็น space ใหม่ๆ เต็มเลยนะครับเพราะถ้าให้ผมคิดเอง ผมก็ติดกับกรอบเดิมๆ ของผมเหมือนกัน ฮ่า

  7. Ne-o-K Says:

    แวะมา อัพเดทครับ ชื่นชมกันด้วยอีกคนครับ
    จาก มุมมองของอาจารย์ที่สอนนศ.ปีสามในกลุ่มอ.มาก่อนตอนพวกเขาอยู่ปีสอง
    เห็นได้ชัดว่า หลายคนพัฒนาขึ้นไปมาก โดยเฉพาะ การถอดเอามิติของ “กระบวนการ”
    ออกมาที่ชัดขึ้นและเป็นแก่นจริงๆของความคิดมากขึ้น มิใช่แค่รูปร่างและกายภาพ
    หลายงานเห็นด้วยว่า ยังไปต่อได้อีกมากครับ
    คิดว่า ยังไม่จบเนาะ ยังต้องพัฒนาไปต่อจนส่งงานขั้นสุดท้ายอีกที
    ยินดีที่มีการสานต่ออย่างต่อเนื่อง หลายๆคนได้ฝึกคิดมากมากจากสองสู่สามในโปรเจคอย่างนี้
    ก็มีกำลังใจ ……… จะรอดู นิทรรศการครับ

    อยากเห็น ของกลุ่ม อ.ปัตย์ด้วยครับ
    ไม่รู้ มีเวลาทำ archive เด็ดๆเหล่านี้ อย่างนี้ไหม

    สำหรับสตูสอง กลุ่มผม เดี๋ยวขอแจมต่อ จากอ.อนฎน่ะครับ
    อยากฟังคอมเมนท์ครับ

  8. ิbrickbrick Says:

    วันนี้เดินผ่านห้องนิทรรศการตอนใกล้กำหนดส่งงาน เห็นโมเดลน่าสนใจอยู่ 2-3 ชิ้น แต่พอดีรีบอยู่เลยยังไม่ได้เข้าไปดูงานรวมๆ
    เดี๋ยวอาทิตย์หน้าถ้ามีเวลาเหลือจะแวะเข้าไปดูค่ะ เพราะมันตื่นเต้นดีเวลาเห็นงาน นศ.​ในสเกลที่โตขึ้นกว่าของปี 2 ซึ่งมีความซับซ้อนทางความคิดเพิ่มขึ้น เหมือนรอดูต้นไม้โตน่ะค่ะ ..แถมแบบนี้ยังไม่ต้องรดน้ำทุกวันด้วยล่ะ

    มากดดัน อ.ปัตย์ ดีกว่า
    อยากดูงานกลุ่ม อ.ปัตย์ใน STSP ค่ะ🙂


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: