คุณเป็นแฟนคลับอาจารย์คนใด? ในสตูดิโอ1 ถาปัตย์ มอชอ ? อะไรคือความตลก เรื่องงี่เง่า และมุมมองของนักศึกษาต่ออาจารย์ ในโลกยุคออกนอกระบบ

มีนาคม 17, 2010

หลังๆนี้เรื่อง สมควรไม่สมควร จริยธรรม ลอกไม่ลอก นี่มาแรง ใน Studiospace เดี๋ยวกลายเป็น blog น่าเบื่อซะก่อนแต่เรื่องน่าเบื่อแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ !

ท้าวความ ผมเห็นควิซประเภทนี้มาสองสามครั้งแล้วครับ ใน FB ตอนแรกเห็นก็ขำๆ ดูไปดูมาก็เซ็งเมื่อมันมาใหม่เรื่อยๆ เป็นควิซประมาณว่า คุณเหมือนอาจารย์คนใด ในสถาปัตย์ หรือ อย่างอันล่าสุด คุณเป็นแฟนคลับอาจารย์คนใด? แล้วเราก็ไปตอบคำถามประมาณสิบข้อแล้วก็ได้ผลออกมาเป็นอาจารย์แต่ละท่านพร้อมภาพถ่ายและคำนิยาม ในสายตาของคนทำ ควิซนั้นๆ เช่น อาจารย์ ปัตย์ อ้วนมาก …. (สมมุติครับไม่มีใครเขียนหรอก ฮ่า) คำตอบนี้มีอาจารย์ที่สอนสตูดิโอหนึ่งทุกท่านรวมไปถึงท่านอาจารย์อาวุโส …

มาคิดไปคิดมา ก็ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ ว่า คำว่าอาจารย์ในสมัยปัจจุบันนั้นมีความหมายอย่างไรในสายตาของนักศึกษา นักศึกษามองอาจารย์อย่างไร และก็อาจถามตัวเองกลับว่าอาจารย์ทำอย่างไรให้นักศึกษามองอย่างนั้น และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ความหมายที่นักศึกษามองอาจารย์แบบที่ทำควิซนี้ พวกเขารับความหมายมันมาจากที่ใด ?

การสร้างควิซอย่างสนิทสนมเหมือน “เพื่อนกัน” เป็นนิมิตรหมายอันดีที่แสดงให้เห็นว่านักศึกษาและสังคมของเรากำลังเข้าสู่สังคมสมัยใหม่เต็มที่ ที่ทุกคนกล้าพูด กล้าคุยมากขึ้น หรือการสร้างควิซ อย่าง สนิทสนม ของนักศึกษาของเราหมายถึงว่า พวกเขาไม่ได้คิดอะไรเลย ขาดวุฒิภาวะ และขาดความเกรงใจ ขาดความเข้าใจในสิทธิ์ของคนอื่นๆ (คนอื่นๆนะครับ ยังไม่ต้องนับรวมถึงคำว่าความเป็นอาจารย์ที่สังคมไทยเคยผลิตความหมายและคุณค่าที่ผ่านๆมา)

ถ้ายืนบนฐานคิดที่ว่า สังคมเราเปิดกว้างเสรี นักศึกษากล้าสร้างควิซชิวๆได้ โดยใช้บุคคลที่เขารู้จักมาเป็นตัวเลือกในควิซ ก็น่าจะกล้ายอมรับการโดนฟ้อง แบบเสรีนิยมได้กระมัง ในการเอาบุคคลอื่นๆมาทำให้ขายหน้าในพื้นที่สาธารณะ (พูดไปอย่างนั้นให้รู้สึกแหละ)

ผมเชื่อว่าถ้าเค้นคอมาถามมาคุยกันจริงๆ คำตอบของนักศึกษาที่ทำควิซก็จะประมาณ “สำหรับทำขำๆ ไม่จริงจัง ซีเรียส หรือใส่ใจ. .. …” (เอามาจาก tagline ใน ควิซ) หรือพูดง่ายๆก็คือ ไม่รู้ไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น ทำไปสนุกๆ ไม่รู้ !

กรณีนี้ทำให้ผมคิดถึงกรณี ” ปา….. ” ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนสองเดือนที่แล้ว พอเรียกมาคุยจริงๆ ก็ได้คำตอบประมาณนี้

…. ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันหลายครั้งหลายคาทำให้ตั้งคำถามกับคำว่า นักศึกษามหาวิทยาลัย อยู่เหมือนกัน …

PS

13 Responses to “คุณเป็นแฟนคลับอาจารย์คนใด? ในสตูดิโอ1 ถาปัตย์ มอชอ ? อะไรคือความตลก เรื่องงี่เง่า และมุมมองของนักศึกษาต่ออาจารย์ ในโลกยุคออกนอกระบบ”

  1. somchai Says:

    ผมว่ามันเป็นยุคที่นักศึกษากำลังหลงอยู่กับคำว่าสิทธิโดยที่ไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของมัน อาจจะเป็นเพราะการรับรู้จากสื่อต่างๆที่พูดถึงสิทธิส่วนบุคคลในการสามารถกระทำอะไรก็ได้(โดยไม่คำนึงถึงสิทธิของผู้อื่น) อันเป็นเหตุให้สังคมเราเสื่อมลงโดยเฉพาะในสถาบันการศึกษา อันนี้เราจะโทษนักศึกษาคงไม่ได้เพราะเด็กได้รับความคิดนี้จากสังคมรอบตัวและขาดผู้ให้คำแนะนำ
    และอีกอันนึงที่คาใจมากเลยกับการบอกว่านักศึกษาเป็นลูกค้านั้นแสดงว่าอาจารยก็เปรียบเสมือนผู้ให้บริการแก่นักศึกษา ซึ่งโดยหลักการตลาดแล้วลูกค้าคือพระเจ้า ลูกค้าถูกเสมอ เพราะลูกค้าคือผู้เอาเงินมาให้กับธุรกิจ แต่เราไม่ใช่ธุรกิจการให้บริการ เราเป็นสถานศึกษาที่จะต้องสร้างคนให้ดี ผมจึงเห็นว่าคำว่านักศึกษาคือลูกค้านั้นเป็นความคิดที่ผิดอย่างยิ่ง เพาะถ้านักศึกษาคือลูกค้าเราก็ต้องตามใจนักศึกษา เอาความพอใจของนักศึกษาเป็นที่ตั้ง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่ามันไม่ใช่

    ยาวไปแล้วแค่นี้แล้วกันพอขำขำนะครับ (แม้จะขำไม่ออกก็ตาม)

  2. sant Says:

    น่าคิดครับ น่าคิด
    ลองมองต่างดูนะครับ ผมว่า Link ที่เราเห็นมันอยู่ใน Facebook หรือ Social Networking ชนิดหนึ่งนะครับ นั่นหมายความว่า การเห็น Quiz นี้เท่ากับเราได้เข้าไปเห็นและยอมรับการเชื่อมโยงทางสังคมกับคนๆ นั้นซึ่งนั่นหมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เค้าทำเราย่อมเห็น ผมกำลังหมายความว่า เค้าอาจจะคุยกันในหมู่เพื่อนๆ ของเค้า ซึ่งเมื่อก่อนเราเองก็เคยซุบซิบนินทา ตั้งชื่อเล่นให้คณาจารย์กัน แต่มันไม่เคยถูก ตีพิมพ์เท่านั้นเอง เรากำลังเข้าไปในโลกของพวกเขานะครับ มันเป็นพื้นที่(จะส่วนตัวหรือส่วนรวม) ของเขาซึ่งเราไปยอมรับ Social Network ของเขาเองในเวลาที่เราคลิกว่า Accept ครับ เราคงจะไปบังคับให้พวกเขาไม่ซุบซิบนินทาคงไม่ได้หรอกครับ แค่เราเพียงแค่ไม่รับการยืนยันการเป็นเพื่อนก็จบครับ
    ดังนั้นผมจึงไม่ค่อยรับนักศึกษาเป็นเพื่อนใน FB ของผมครับ ฮ่า
    S

  3. ไม่กล้า ใส่ชื่อ จริงแล้วเนี่ยะ เกรง Says:

    คำว่าแฟนคลับมันมีความหมายที่ดีนะคะมันหมายถึง “คุณชื่นชมอาจารย์คนไหน” ความรู้สึกที่เรามีต่ออาจารย์มีทั้ง เคารพ รัก นับถือ ชื่นชม เป็นแบบอย่าง และอื่นๆ (อาจจะไปในทางที่ไม่ดี แต่ ก็สุดจะห้ามได้)FB เป็นพื้นที่กึ่งสาธารณะ
    แน่นอนว่า ในพื้นที่สาธรณะความรู้สึกที่เราจะหยิบยกขึ้นมาคือความรู้สึกเคารพ แนนอนว่าถ้าเรานินทาอาจารย์ก็คงจะเป็นพื้นที่ประเภท”วงเหล้า” และสุดท้ายแล้วถ้าเราหยิบยกเอาความรู้สึกชื่นชมต่ออาจารย์ขึ้นมาพูดในพื้นที่”Face book”
    มันก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรในความรู้สึกของหนู

    หรือว่าเด็กรุ่นใหม่อย่างพวกหนูอาจจะกลายเป็นเด็กหยาบคายไปแล้วก็ได้โดยที่ไม่รู้สึกตัว เพราะหนูก็ไม่รู้สึกจริงๆ

    Ps, หนูยังไม่ได้ทำควิสนี้นะคะ แค่อ่านหัวข้อจากกระทู้

  4. click Says:

    ใส่ชื่อก็ได้ …up there is click หนูว่าการแสดงความคิดเห็นไม่ควรไม่รับผิดชอบต่อความคิดเห็นนั้นด้วยการไม่บอกตัวตน

    แต่ว่ายอมรับว่า เกรงๆ จริงๆนะ

    Ps,หนูชอบ studio space นะคะ

  5. T Says:

    มองจากมุมมองที่สอนและสัมผัสกับ นศ. มา ผมไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการไม่เคารพอาจารย์ หรือ การประสงค์ร้ายแต่อย่างใด

    ผมเชื่อว่า การนินทาอาจารย์ลับหลังมีอยู่ในสังคมทุกสังคม ทุกประเทศ และมีอยู่ในทุกยุคทุกสมัย

    ถ้าจะเป็นการซุบซิบกันในวงเหล้า วงเม้าท์ระหว่างเพื่อนฝูง คงไม่มีอะไรผิดปรกติ (เหมือนในโลกแห่งอดีต เพราะเป็นโลกปิด คือ วงแคบๆรู้ๆกันอยู่เฉพาะกลุ่ม ไม่เปิดเผยทั่วไปแก่บุคคลภายนอก)

    แต่ที่เป็นปัญหาในขณะนี้ก็คือ การใช้พื้นที่ไซเบอร์มากระทำสิ่งเหล่านี้ต่างหาก ถึงแม้ว่าโลกไซเบอร์จะเป็นส่วนหนึ่งของวิถึชีวิตของคนรุ่นใหม่ก็ตาม แต่ประเด็นเรื่องของจรรยาบรรณเป็นเรื่องที่ต้องพึงทวีความระมัดระวังกัน “อย่างยิ่งยวด” เพราะโลกไซเบอร์เป็นโลกเปิด และข้อมูลกระจายตัวรวดเร็วมาก พ้นวิสัยที่เราจะทำการควบคุมได้

    ดังนั้น ผลกระทบที่ “อาจ” เกิดขึ้นจึง “อาจจะ” มีความเสียหายที่ในที่สุดแล้ว ก็ไม่มีใตรสามารถรับผิดชอบได้จริงๆ (เช่นเดียวกับหลายกรณีที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในการนำเอา “คลิป” ต่างๆมาเผยแพร่ผ่านเนท เป็นต้น)

    สมัยอินเตอร์เกิดขึ้นใหม่ๆ มีคนเขียนหนังสือเรื่อง Netiquette (Net Etiquette) พยากรณ์ถึงปัญหาที่จะเกิดจากการใช้อินเตอร์เนท จึงเสนอแนวทางการใช้เนทอย่างมี “จรรยาบรรณ” สมัยนี้คงไม่มีใครเคยได้ยินได้อ่านกันแล้วกระมัง?

    จะว่าไป ก็เสมือนกับการที่คนสมัยนี้ใช้พื้นที่บนถนนจริงๆมาหัดขับรถ เพราะ “มารยาท” ในการใช้รถใช้ถนนเป็น “สิ่งของหายาก” กันทุกทีแล้ว และ “อันตราย” ที่แฝงมาก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

  6. brickbrick Says:

    คุยกับ อ.ปัตย์นอกรอบไปแล้วว่า internet หรือ FB เป็นพื้นที่สาธารณะ
    โดยส่วนตัวก็เห็นว่าเป็นสิทธิที่ นศ.ทำได้ค่ะ

    เพียงแต่ถ้านักศึกษาที่ทำ quiz ได้มาอ่าน STSP นี้
    ก็ลองคิดในทางกลับกัน ว่าในเมื่อ Facebook เป็นพื้นที่สาธารณะ
    อาจารย์มาอ่านเจอเข้า
    แล้วอาจารย์เหล่านั้น ท่านจะรู้สึกอย่างไร ใจเขาใจเราค่ะ
    เห็นด้วยกับ อ.T ค่ะ
    การใช้พื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะบนโลกแห่งความเป็นจริง หรือโลกใน net ควรมีมารยาทและจรรยาบรรณ

    แต่สถานการณ์นี้ก็ทำเอาเราต้องคิดให้มากขึ้นจริงๆ นะเนี่ย ว่าจะรับ add นศ.เพิ่มดีไหม🙂

    PS.ดีใจทุกครั้งที่เห็น นศ.เข้ามาแสดงความคิดเห็นค่ะ ไม่ว่าจะใส่ชื่อหรือไม่ก็ตาม

  7. Mangino Says:

    Click Click อย่าเกรงหรือเกร็งไปครับ (เดี๋ยว Blog ร้าง) การพูดคุยกันไม่ได้เป็นการพูดคุยในลักษณะที่เป็นแนวดิ่ง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ผมคิดว่ามีประโยชน์มาก พื้นที่ STSP ก็เป็นพื้นที่สาธารณะเหมือนกัน คิดยังไง เชื่อยังไง เขียนมาเลยจ้า เป็นวัฒนธรรมที่ดีในการเขียน Blog นะเออ
    PS

  8. H Says:

    เพิ่งได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ถึงแม้จะตั้งมานานพอสมควร อ่านแล้วก็รู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นคนทำควิซขึ้นมาเองแต่ทำด้วยความเคารพจริงๆ ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับเพราะไม่ได้มองถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้น จะจำเปนบทเรียนที่ดีครับ

  9. brickbrick Says:

    แล้วปีหน้าจะมี “คุณเป็นแฟนคลับอาจารย์คนใด? ในสตูดิโอ2″ ไหมเนี่ย

  10. tablettweet Says:

    น่าทำเป็น Serie นะครับตั้งแต่เข้ามาจนเรียนจบ ;])

  11. Tatrid Thaipitak Says:

    ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้เข้าไปทำควิซนี้นะครับ อย่างว่าแหละครับเรื่องแบบนี้มีมานานแล้วเพียงแต่ว่ามันไม่ได้ถูก สื่อออกมาอยากเปิดเผยเหมือนกับในยุคนี้ แต่ผมขอยืนยันครับว่าผมยังเคารพและรักอาจารย์ทุกท่านที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้ผมครับ

    เพียงแต่หลายต่อหลายครั้งที่เรามักพบผู้ที่ใช้สื่อออนไลน์ ขาดจรรยาบรรณในการใช้สื่อชนิดนี้อยู่บ่อยครั้ง จนทำให้เกิดปัญหาต่างๆขึ้นมากมาย จึงแค่อยากบอกว่า ทุกคนควร รู้คิด รู้ทำ รู้รับผิดชอบ ให้มากกว่านี้กันหน่อย เพื่อแลกกับความสะดวกสบายในการใช้สื่อประเภทนี้

    ส่วนประเด็นเรื่องที่ว่า ผู้ให้บริการคือ อาจารย์ และนักศึกษา คือลูกค้า ผมยอมรับนะครับว่าผมและเพื่อนๆเคยคุยกันเรื่องนี้ โดยมีความเห็นว่าใจลึกๆแล้ว นักศึกษายากที่จะคิดว่าตัวเองกำลังดำรงชีวิต 5ปีอยู่ในระบบๆนี้ และคงไม่แฮบปี้หากต้องรู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในระบบนี้ ถึงแม้หลายๆครั้งภาวะรอบๆตัวจะชี้นำเราให้เป็นไปตามแนวทางนี้

    ผมยังเชื่อลึกๆนะครับว่า สังคม FACMU ยังคงเป็นสังคมแบบ ครู คือผู้ให้ และศิษย์ คือ ผู้รับ โดยมีการสื่อสารกันแบบสองทาง มากกว่า สังคม ทุนนิยมที่ ยึดถือว่าลูกค้าคือพระเจ้า….

  12. waiiwaii Says:

    อาจารย์ขา หนูก็ทำควิซนี้เหมือนกันค่ะ
    จะเล่าให้ฟังตามประสานะคะ
    ครั้งแรกที่เห็นควิซก็ไม่กล้าทำเหมือนกันค่ะ (เพราะมันมีเส้นแบ่งบางๆที่มองเห็นได้)
    จนนานๆไป เอะ!!! คนทำเยอะจัง …เอ๊ะ!!! อาจารย์ท่านนี้ก็มีด้วย เอ๊ะ!!! เกิดความอยากรู้ว่า แล้วเราจะมีแนวทางการออกแบบหรือแนวคิดเหมือนอาจารย์ท่านไหนนะ ประกอบกับควิซเป็นการบ่งบอก(ประกาศ)ความเป็นสถ.มช.ให้ผู้อื่นรับรู้ด้วยมั้งคะ เลยเกิดเป็นแรงจูงใจบดบังความเกรงในเส้นแบ่งบางๆในตอนแรก ทำให้ลงมือทำควิซนั้นซะ ^^
    (แต่ความตั้งใจ มิได้หลบลู่แต่อย่างได หนูยังคงเคารพ ศรัทธา ชื่นชมและคิดถึงอาจารย์ทุกท่านมากๆเลยนะคะ)

    คิดถึงจริงๆนะคะ
    ปล.รักอาจารย์นะคะ (อย่าน้อยใจพวกหนูน๊าาาาาาาา)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: