รายงานสดจากห้องกระจก ตอนที่หนึ่ง (มีสองตอน)

กันยายน 15, 2009

รายงานสดจากห้องกระจก ตอนที่หนึ่ง (มีสองตอน)
*ความคิดเห็นผมล้วนๆ คนอื่นอาจเห็นต่างออกไป
เราเปิดด้วยงานของเหลียว น่าทึ่ง!
พยายามพูดถึงปรากฏการณ์ของแสงประดิษฐ์และแสงธรรมชาติ
ในการทำให้เกิดการเคื่อนไหวและพยายามเชื่อมต่อมาที่ภาพยนต์ (โครงการของเธอเกี่ยวกับภาพยนตร์)
การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม ความเข้าใจในที่ว่าง การเชื่อมต่อระหว่างอาคารเก่าใหม่ เส้นสาย ทุกอย่างลงตัวหมด
น่าชมเชย !!! น่าเสียดายที่ความคิดเรื่องแสงยังไปต่อไม่สุด ถ้าคิดเรื่องแสงแบบเป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้ เราอาจเห็นสถาปัตยกรรมที่นำแสงมาเป็นจุดเริ่มต้นของการวูบไหวพาผู้คนเข้าไปสู่โลกของสถาปัตยกรรมแห่งภาพยนตร์
ต่อมาเป็นของงานของปองธิดา (ขออภัยบางคนจำชื่อ “แปลกๆ” ได้บางคนจำชื่อ “เป็นทางการ” ได้ ฮ่า)
คุณภาพของโปรดักชั่น ความตั้งใจ รายละเอียดในความคิดไม่มีอะไรต้องติกัน ปองธิดาพยายามเอาเรื่องน้ำ เข้ามาเกี่ยวข้อง
น้ำแห่งการบำบัด น้ำแห่งชีวิต แต่ดูเหมือนว่าน้ำที่ว่านี่ยังไม่ได้ถูกขยายผลในความคิดและมุมมองของปองธิดา
มันจึงยังถูกมองน้ำแบบภาวะสมัยใหม่นั้นคือ น้ำก็คือน้ำ  (แล้วจะให้มันเป็นอะไรฟระ!)
หากลองคิดต่อไปอีกสักนิดถึง “สภาวะน้ำ” ความน่าตื่นเต้นน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ และอีกเรื่องที่เป็นคำแนะนำใหญ่ๆ คือแมสฟอร์มที่ยังเหมือนไม่มีโหมดที่ชัดเจน
ทำให้อาคารดูเลิกลักไปบ้าง
งานของ บ.บู๋ (กอขวัญ) เป็นงานที่กราฟตกจากงานที่แล้วไปบ้าง พยายามจะพูดถึงพื้นที่เล่นของเด็ก ผ่านพื้นที่เล่นแบบล้านนาในอดีต แล้วพยายามถอดออกมาด้วยวิธีการเปรียบเทียบและลดทอน
แต่ผลที่ออกมายังดูเหมือนความคิดตั้งต้นเรื่องที่มาที่ไปของการออกแบบไม่ชัดเจนนัก ทำให้ความคิดในเชิง building type เข้ามาครอบตัวเค้าไว้ (สู้ต่อไป อย่ายอมแพ้)!
งานของดิวรัญญา ทำโครงการเกี่ยวกับการแต่งงาน แรกทีเดียวที่เห็นโมเดล ผมสนใจตัวอาคารหลักสีขาวนั้นมาก ว่ามันคืออะไรหว่า เพราะมันเหมือนมีสภาวะเหนือจริงบางอย่างที่พูดเรื่องการแต่งงานผนึกอยู่ในแมสก่อนก่อนนั้น
แต่เช่นเดียวกันดูเหมือนว่าความคิดของดิวรัญญาในเรื่องเหล่านี้ยังไม่ชัดเจน ทำให้งานที่ออกมาทั้งหมดยังประดักประเดิด ต่อเชื่อมกันไม่ได้ ไม่เหมือนโครงการเดียวกัน ทำให้สภาวะเหนือจริงที่พยายามสร้างขึ้นมานั้นหายไปอย่างน่าเสียดาย
งานของผ่อง ไสยศาสตร์ และ ศาสนา งานน่าสนใจ เห็นได้ชัดในความพยายามคิดนู้นนี่ สำหรับผม ผ่องเหลือโจทย์ข้อใหญ่ ข้อเดียวในการควบคุมสถาปัตยกรรมของเขาให้ได้นั้นคือ
ทำยังให้ความคิดเชิงที่ว่าง ผนวกรวมเป็นหนึ่งเดียว กับสถาปัตยกรรม ผ่องจะต้องหา “ระบบ” ที่จะเกิดขึ้นเพื่อควบคุม การออกแบบให้ได้
ตรงข้ามกับงานของ วรัญญา ที่ดูเหมือนว่าความคิดตั้งต้นยังไม่ชัดเจนเมื่อเทียบกับการออกแบบที่เหมือนถูกเขียนออกมาจากความทรงจำในเชิง Building Type ทำให้สถาปัตยกรรมที่ออกมา (Thai cusine) ไม่ค่อยเชื่อมต่อกับกิจกรรมและบรรยากาศโครงการเท่าไหร่นัก
งานของเดอะจิ้น ดูมีพัฒนาการมากขึ้น การพยายามผูกความคิดเรื่องแกนเข้ามาสู่ที่ว่างทางสถาปัตยกรรมนั้นน่าสนใจ แต่เช่นเดียวกับเพื่อนอีกหลายคนที่ยังต้องต่อสู้กับการพยายามหลุกออกไปจาการใช้ประสบการณ์ที่เคยได้รับมา มาทำงานออกแบบ
สู้ต่อไป !
งานของหนาว ดีขึ้นกว่าชิ้นที่แล้ว งานชิ้นนี้เริ่มเปิดมุมมองให้เห็นว่า หนาวเห็นความสัมพันธ์เชิงที่ว่างบางอย่าง อยากให้ลองคิดเรื่องเหล่านี้ต่อไป เหมือนกับว่าตอนออกแบบ หนาวได้เอาตัวเองเข้าไปเดินในโครงการ
และเห็นมุมมต่างๆในโครงการ แต่ปัญหาของหนาวคือการใช้รูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่ยังเอาไม่อยู่ ความพอเหมาะ พอเจาะด้านแมสฟอร์ม รวมไปถึงการประยุกต์จึงยังอิหลักอิเหลืออยู่ สู้ต่อไป!
งานของอัครัช คิดมาเยอะมากในแง่การใช้งาน สเปซเชื่อมต่อกันได้ดี ตั้งต้นที่ความคิดเรื่องดอกบัว แต่ปัญหาใหญ่หลวงของเขาข้อเดียวคือ เรื่องฟอร์มและสุนทรีย อาจต้องเริ่มมองสิ่งที่ทำให้เกิดความงามมากขึ้น
อะไรทำให้ตึกมันสวย และถ้าเราเป็นคนออกแบบเราจะทำให้มันเกิดความงามได้ยังไง
จบแล้ววันแรกของห้องกระจก !
PS

*ความคิดเห็นผมล้วนๆ คนอื่นอาจเห็นต่างออกไป

20090914_143006

เราเปิดด้วยงานของเหลียว น่าทึ่ง! พยายามพูดถึงปรากฏการณ์ของแสงประดิษฐ์และแสงธรรมชาติ

ในการทำให้เกิดการเคื่อนไหวและพยายามเชื่อมต่อมาที่ภาพยนต์ (โครงการของเธอเกี่ยวกับภาพยนตร์)

การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม ความเข้าใจในที่ว่าง การเชื่อมต่อระหว่างอาคารเก่าใหม่ เส้นสาย ทุกอย่างลงตัวหมด

น่าชมเชย !!! น่าเสียดายที่ความคิดเรื่องแสงยังไปต่อไม่สุด ถ้าคิดเรื่องแสงแบบเป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้ เราอาจเห็นสถาปัตยกรรมที่นำแสงมาเป็นจุดเริ่มต้นของการวูบไหวพาผู้คนเข้าไปสู่โลกของสถาปัตยกรรมแห่งภาพยนตร์

20090914_145720

ต่อมาเป็นของงานของปองธิดา (ขออภัยบางคนจำชื่อ “แปลกๆ” ได้บางคนจำชื่อ “เป็นทางการ” ได้ ฮ่า)

คุณภาพของโปรดักชั่น ความตั้งใจ รายละเอียดในความคิดไม่มีอะไรต้องติกัน ปองธิดาพยายามเอาเรื่องน้ำ เข้ามาเกี่ยวข้อง

น้ำแห่งการบำบัด น้ำแห่งชีวิต แต่ดูเหมือนว่าน้ำที่ว่านี่ยังไม่ได้ถูกขยายผลในความคิดและมุมมองของปองธิดา

มันจึงยังถูกมองน้ำแบบภาวะสมัยใหม่นั้นคือ น้ำก็คือน้ำ  (แล้วจะให้มันเป็นอะไรฟระ!)

หากลองคิดต่อไปอีกสักนิดถึง “สภาวะน้ำ” ความน่าตื่นเต้นน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ และอีกเรื่องที่เป็นคำแนะนำใหญ่ๆ คือแมสฟอร์มที่ยังเหมือนไม่มีโหมดที่ชัดเจน ทำให้อาคารดูเลิกลักไปบ้าง

20090914_151319

งานของ บ.บู๋ (กอขวัญ) เป็นงานที่กราฟตกจากงานที่แล้วไปบ้าง พยายามจะพูดถึงพื้นที่เล่นของเด็ก ผ่านพื้นที่เล่นแบบล้านนาในอดีต แล้วพยายามถอดออกมาด้วยวิธีการเปรียบเทียบและลดทอน แต่ผลที่ออกมายังดูเหมือนความคิดตั้งต้นเรื่องที่มาที่ไปของการออกแบบไม่ชัดเจนนัก ทำให้ความคิดในเชิง building type เข้ามาครอบตัวเค้าไว้ (สู้ต่อไป อย่ายอมแพ้)!

20090914_152734

งานของดิวรัญญา ทำโครงการเกี่ยวกับการแต่งงาน แรกทีเดียวที่เห็นโมเดล ผมสนใจตัวอาคารหลักสีขาวนั้นมาก ว่ามันคืออะไรหว่า เพราะมันเหมือนมีสภาวะเหนือจริงบางอย่างที่พูดเรื่องการแต่งงานผนึกอยู่ในแมสก่อนก่อนนั้น แต่เช่นเดียวกันกับของเพื่อนๆ ดูเหมือนว่าความคิดของดิวรัญญาในเรื่องเหล่านี้ยังไม่ชัดเจน ทำให้งานที่ออกมาทั้งหมดยังประดักประเดิด ต่อเชื่อมกันไม่ได้ ไม่เหมือนโครงการเดียวกัน ทำให้สภาวะเหนือจริงที่พยายามสร้างขึ้นมานั้นหายไปอย่างน่าเสียดาย

20090914_15424220090914_154400

งานของผ่อง ไสยศาสตร์ และ ศาสนา งานน่าสนใจ เห็นได้ชัดในความพยายามคิดนู้นนี่ สำหรับผม ผ่องเหลือโจทย์ข้อใหญ่ ข้อเดียวในการควบคุมสถาปัตยกรรมของเขาให้ได้นั้นคือ ทำยังให้ความคิดเชิงที่ว่าง ผนวกรวมเป็นหนึ่งเดียว กับสถาปัตยกรรม ผ่องจะต้องหา “ระบบ” ที่จะเกิดขึ้นเพื่อควบคุม การออกแบบให้ได้

20090914_160421

ตรงข้ามกับงานของ วรัญญา ที่ดูเหมือนว่าความคิดตั้งต้นยังไม่ชัดเจนเมื่อเทียบกับการออกแบบที่เหมือนถูกเขียนออกมาจากความทรงจำในเชิง Building Type ทำให้สถาปัตยกรรมที่ออกมา (Thai cusine) ไม่ค่อยเชื่อมต่อกับกิจกรรมและบรรยากาศโครงการเท่าไหร่นัก

20090914_162040

งานของเดอะจิ้น ดูมีพัฒนาการมากขึ้น การพยายามผูกความคิดเรื่องแกนเข้ามาสู่ที่ว่างทางสถาปัตยกรรมนั้นน่าสนใจ แต่เช่นเดียวกับเพื่อนอีกหลายคนที่ยังต้องต่อสู้กับการพยายามหลุกออกไปจาการใช้ประสบการณ์ที่เคยได้รับมา มาทำงานออกแบบ

สู้ต่อไป !

20090914_164326

งานของหนาว ดีขึ้นกว่าชิ้นที่แล้ว งานชิ้นนี้เริ่มเปิดมุมมองให้เห็นว่า หนาวเห็นความสัมพันธ์เชิงที่ว่างบางอย่าง อยากให้ลองคิดเรื่องเหล่านี้ต่อไป เหมือนกับว่าตอนออกแบบ หนาวได้เอาตัวเองเข้าไปเดินในโครงการ

20090914_164700

และเห็นมุมมต่างๆในโครงการ แต่ปัญหาของหนาวคือการใช้รูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่ยังเอาไม่อยู่ ความพอเหมาะ พอเจาะด้านแมสฟอร์ม รวมไปถึงการประยุกต์จึงยังอิหลักอิเหลืออยู่ สู้ต่อไป!

20090914_165723

งานของอัครัช คิดมาเยอะมากในแง่การใช้งาน สเปซเชื่อมต่อกันได้ดี ตั้งต้นที่ความคิดเรื่องดอกบัว แต่ปัญหาใหญ่หลวงของเขาข้อเดียวคือ เรื่องฟอร์มและสุนทรีย อาจต้องเริ่มมองสิ่งที่ทำให้เกิดความงามมากขึ้น

20090914_165750

อะไรทำให้ตึกมันสวย และถ้าเราเป็นคนออกแบบเราจะทำให้มันเกิดความงามได้ยังไง

จบแล้ววันแรกของห้องกระจก !

PS

ป.ล. โปสเตอร์นิทรรศการมาแล้วโดยความอนุเคราะห์ของป้าหม่อง ขออนุญาติ โปรโมทเลยนะครับ

studio poster

3 Responses to “รายงานสดจากห้องกระจก ตอนที่หนึ่ง (มีสองตอน)”

  1. phiphat Says:

    สงสัยครับ ขออนุญาติถามครับอาจารย์
    ที่อาจารย์ว่าไว้

    “… เช่นเดียวกับเพื่อนอีกหลายคนที่ยังต้องต่อสู้กับการพยายามหลุกออกไปจาการใช้ประสบการณ์ที่เคยได้รับมา มาทำงานออกแบบ”

    มันหมายความว่าอะไรครับอาจารย์
    ประสบการณ์ในที่นี้ หมายถึงอะไรเหรอครับ?
    แล้วการหลุดออกไป เป็นยังไงครับ

  2. studiospaces Says:

    ตอบน้องยิ่วกิ้วก๊าว

    ประสบการณ์ของผมในที่นี้่หมายถึง การที่ผู้ออกแบบนำสิ่งที่ผู้ออกแบบเคยประสบและัจดจำได้มาเป็นกรอบให้กับตัวเองครับ

    การหลุดออกไปหมายถึงเมื่อเราไม่ได้ใช้ “ประสบการณ์” ที่เราเคยได้ไปพบเห็นสถาปัีตยกรรมอื่นๆมา ให้มามีอิทธิพลต่องานเรา แต่ว่าให้กระบวนการได้นำทางเราไปครับ ;])

  3. studiospaces Says:

    ตอบน้องยิ้วกิ้วก๊าว (ทำไมต้องกิ้วก๊าวด้วยฟ่ะ)

    ขออ้างกลับไปที่วิชา POMO ประสบการณ์ที่เราพูดกันในวิชานี้ถูกพูดถึงขอให้แยกเป็นสองอย่าง อย่างแรกตามแนวคิดของ โครงสร้างนิยม (Structuralism) อย่างที่สองตามแนวคิดของ ปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenology)

    ถ้าตามความหมายอย่างแรก ประสบการณ์มีความเป็นอันตรายอยู่สูง เพราะเราจะติดอยู่กับภาพเดิมๆ รูปทรงเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย ความหมายและคุณค่าเดิมๆ เพราะจากประสบการณ์ที่เรามีอยู่แล้ว เราจะให้คุณค่ากับมันไปในทันทีว่า สิ่งนี้ควรทำหรือสิ่งนี้ไม่ควรทำ สิ่งนี้ทำแล้วสวย ทำแล้วขายได้ อะไรประเภทนี้เป็นต้น รวมไปถึงประสบการณ์ที่เราเข้าไปใช้ในอาคารต่างๆ ทำให้เราเลือกจำไปว่า การจัดพื้นที่แบบนี้ดีแบบนี้ไม่ดี เพราะเรามีประสบการณ์ไปแบบนั้นแล้ว ดังเช่น เดอะจิ้น ที่พยายามจะเลือกให้คนอื่นเข้าไปมีประสบการณ์แบบห้องแถว เพราะเดอะจิ้น เชื่อว่า space แบบนั้นดีที่สุด เพราะเค้ามีประสบการณ์มาเป็นแบบนั้น แต่คำถามคือ มันดีที่สุดแล้วหรือ มันเหมาะที่สุดแล้วหรือ ก็จึงต้องพยายามอย่างอิงประสบการณ์เดิม ดังที่ PSแถลงให้กิ้วก๊าวทราบไปครั้งก่อน

    ส่วนถ้าตามความหมายที่สอง ประสบการณ์คือบ่อเกิดความรู้ ประสบการณ์จะกลายเป็นวัตถุดิบอันหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในการออกแบบ ประสบการณ์ในความหมายนี้จะมีความบริสุทธิ์และใสกว่า คือ มีความใกล้เคียงกับความประทับใจมากกว่า มากกว่าจะหมายถึงสิ่งที่มีความหมายและมีคุณค่าที่ถูกใส่ลงไป ทั้งๆ ที่ที่จริงมันอาจจะมีความใกล้เคียงกันมากเลยระหว่างความหมายที่หนึ่งและความหมายที่สอง แต่ทั้งสองแบบถูกใช้ต่างกัน เพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นคนละแบบกันครับ

    S
    ปล.ทำคะแนนได้ดีนิใน POMO


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: