Spatial Generators (05)

กันยายน 1, 2009

ต่อนะครับ ห่างหายไปหนึ่งสัปดาห์นะครับ

กรณีศึกษาที่ 2 : One Tool One World

นักศึกษาที่ยินดีมาเป็นกรณีศึกษาที่ 2 เป็นคนที่ผมอยากจะเรียกว่า “เป็นคนที่มีเหตุและผล” ค่อนข้างชัดเจน มีตรรกะ (แต่)จนบางครั้งบางที ผมว่าอาจจะมากเกินความจำเป็นไป ติดยึดมากเกินไป คือใช้เหตุและผลกับอะไรบางอย่างทำให้มองไม่เห็นอย่างอื่นหรือแนวทางอื่น ที่อาจจะเป็นไปได้เช่นกัน

โดยปกติแล้วนักศึกษาในกรณีศึกษาที่ 2 นี้จะเริ่มจากการทำความเข้าใจที่ตั้งโครงการ สภาพแวดล้อมโดยรอบ และเริ่มคิดจาก Building Type หรือที่เรียกว่า คิดและจินตนาการตามการใช้สอยของโครงการนั้นเป็นหลักหลังจากนั้นเริ่มที่จะมองหา “เรื่องราว” หรือสร้าง “ประเด็น” ให้กับโครงการโดยอาศัย (สังเกตไหมครับว่าเอาปัจจัยในการสร้างสรรค์และจินตนาการมาจากภายนอก) เพื่อที่จะเริ่มวางตัวอาคารลงไปในที่ตั้งโครงการ บ่อยครั้งที่กรณีศึกษาคนนี้ใช้ “การนำเอาความหมายและรูปสัญญะ” เข้ามาใช้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นในเชิงอุปมาอุปไมย (Metaphorical) หรือ แบบเปรียบเปรย (Analogy) โดยคิดไปว่า ผู้ใช้อาคาร “น่าจะ” รับรู้กับความหมายผ่านสิ่งที่เรากำหนดใส่ลงไป ไม่ว่าจะเป็นทางรูปด้าน หรือแปลน การใช้วิธีการอุปมาอุปไมยในการสร้างรูปทรงอาคารจึงกลายเป็นเครื่องมือหลักของนักศึกษากรณีศึกษานี้ One Tool One World!!!

งานบางส่วนของ Case Study 02

งานบางส่วนของ Case Study 02

ปัญหาที่เกิดตามมา มีสองส่วน ส่วนแรก เกี่ยวกับการ “สื่อความ” เพราะการออกแบบโดยอาศัยหลักการในการอุปมาอุปไมย (เช่น เอาการเคลื่อนไหวมาใช้ เอารูปช้างมาแทนค่าความเป็นไทย หรือเอาตัวเสื้อหม้อฮ่อมมาแทนความเป็นล้านนา) มันอาจจะทำให้เกิดการ “สื่อสาร” ได้โดยผ่านกระบวนการรับรู้และตีความ แต่ก็อาจจะไม่เสมอไป ถ้าคนที่รับสารไม่สามารถอ่านรูปสัญญะเพื่อเข้าไปหาความหมายสัญญะได้ ใช้คนละภาษา อยู่กันคนละวัฒนธรรม หรือตัวสัญญะอาจจะไม่ชัดเจนจนกระทั่งทำหน้าที่ของมันไม่ได้ เช่น สัญญะของเสื้อต้องมองในแง่ของการสวมใส่ดูในรูปด้าน แต่ถ้าเอาไปใช้เป็นแปลนการมองลงจะทำให้เห็นได้อย่างไร (มีตัวอย่างมาแล้ว!!!) ส่วนที่สอง เกี่ยวกับ “ระดับของการแทนความหมาย” บางครั้งบางทีการใช้อุปมาอุปไมยช่วยให้ความคิดเราเคลื่อนได้ก็จริง คือคิดต่อไปได้ว่าจะให้รูปทรงอาคารแบบใดดี แต่บางทีมันไม่อาจจะ “คลุม” ตัวอาคารได้ทั้งหมด หมายถึงในอาคารเล็ก ในงานขอบเขตเล็กๆ คงจะเหมาะเพราะจะทำให้ชัดเจน แต่เมื่อเป็นงานขนาดใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น ซับซ้อนขึ้น หรือต้องการเน้นการใช้สอยมากๆ ทำให้การแทนค่าของสัญญะตามวิธีการอุปมาอุปไมยนั้นมันไม่สามารถมาครอบคลุมได้ จึงเกิดคำถามที่ว่า ทำไมราวมือจับไม่เป็นช้าง ทำไมห้องน้ำไม่เป็นช้าง และในโครงการเดียวกันจะมีการอุปมาอุปไมยหลากหลายได้ไหม (แล้วจะสื่อกันอย่างไร)

“ก็หนูถนัดแบบนี้” เป็นคำพูดที่อาจจะได้ยินจากนักศึกษาประเภท One Tool One World เพราะเราอาจจะได้เรียน “วิธีการออกแบบ” แบบเดียว หรือตัวนักศึกษาเองคิดว่าวิธีการนี้มันตรงไปตรงมาที่สุด (ง่ายที่สุดในการอธิบายความเป็นนามธรรม หรืออธิบายความเป็นนามธรรมที่ดูแล้วปวดหัวน้อยที่สุด) แต่อย่าลืมว่า “วิธีการ” ออกแบบเช่นนี้จะเน้นไปที่ การออกแบบรูปทรงอาคาร ส่วนที่ว่างกลับกลายเป็นพระรองไปเลย อาคารออกมาเป็นรูปทรงสวยงามแต่พื้นที่ว่างกลับดูไม่งามตามไปด้วย กลายเป็นส่วนเหลือ ส่วนเกินอันน่าเบื่อหน่าย อันนี้ต้องระวัง เสนอว่าให้นักศึกษาในกรณีศึกษาที่ 2 นี้ลองมองหาเครื่องมือในการออกแบบในวิธีอื่นๆ ดูบ้าง Many Tools One World ก็ยังได้ครับ เอาใจช่วยครับ

One Response to “Spatial Generators (05)”

  1. studiospaces Says:

    แอบเดาอยู่ว่าเป็นใคร🙂

    brickbrick


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: