พอดีเขียนคำนิยมหนังสือรวมทีซิส FACMU 2012 เลยเอามาลงที่นี่ด้วย (เขียนนาน) ฮ่า

 

“หากฉันพูดไม่เหมือนที่เธอคิด ฉันจะผิดไหม ?”

 

วิทยานิพนธ์ปีนี้เรียกได้ว่าเป็นวิทยานิพนธ์ที่ผมรู้สึกว่าผมเข้าไปมีความรู้สึกร่วมมากกว่าทุกปีเนื่องมาจากหัวข้อวิทยานิพนธ์ในกลุ่มของผมเองนั้นอยู่ในกลุ่มทฤษฎีที่ผมค่อนข้างให้ความสนใจ การเฝ้าดูงานวิทยานิพนธ์ในปีนี้นั้นจึงเหมือนการเฝ้าดูการค่อยๆปะติดปะต่อกันขึ้นของความคิด จากที่นักศึกษาไม่มีความรู้ใดๆ ในหัวข้อที่สนใจ จนถึงการสะสมความรู้และ และ ค่อยๆสร้างข้อโต้แย้งบางอย่างขึ้นมา และให้วิทยานิพนธ์เป็นตัวสะท้อนความคิดความเชื่อเหล่านั้นออกมาในงานที่พวกเขาออกแบบ เป็นงานชิ้นสุดท้ายก่อนจบออกไปจากโรงเรียนสถาปัตยกรรมแห่งนี้

 

สำหรับผม ผมไม่เชื่อว่าโรงเรียนสถาปัตยกรรมต้องเป็นสถานที่ซึ่งผลิตนักศึกษาให้กลายเป็น “สถาปนิก” ที่ออกไปสู่ตลาดแรงงาน เพื่อไปเป็นแรงงานในสำนักงานสถาปนิก เช่นเดียวกันกับที่ผมไม่เชื่อว่าวิทยานิพนธ์นั้นเป็นข้อสอบที่นำมาชี้วัดคุณสมบัติ “ความเป็นสถาปนิก” ตามนิยามที่สังคมพยายามมอบให้ วิทยานิพนธ์ทางสถาปัตยกรรมจึงไม่ได้เป็นตัวตรวจสอบมาตรฐาน ว่านักเรียนสถาปัตย์ที่เรียนมาห้าปีนั้น “เข้าเกณฑ์มาตรฐาน” หรือไม่ ชีวิตความเป็นนักออกแบบสถาปัตยกรรมไม่ได้จบลงเมื่อนักศึกษาจบปีที่ห้า เช่นเดียวกับการหาความรู้ที่พวกเขายังมีโอกาสและเวลาอีกมากมายในชีวิตที่จะเต็มเติมสิ่งที่ไม่รู้ และสิ่งที่พวกเขารู้สึกว่าขาด

 

สำหรับผมวิทยานิพนธ์จึงน่าจะเป็นพื้นที่สุดท้ายในการที่จะให้นักศึกษาได้รวบรวมความคิดทั้งหมดที่ผ่านมาตลอดห้าปีว่า แท้จริงแล้ว เขาเป็นใครในโลกของการออกแบบ เขาเชื่ออะไร และไม่เชื่ออะไร จุดยืนของตัวเขาในโลกของการออกแบบสถาปัตยกรรมนั้นอยู่ที่ใด  และ อะไรคือสถาปัตยกรรมของเขา

 

การให้คำปรึกษานักศึกษาของผมจึงไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานที่จะพยายามทำให้นักศึกษาเข้ามาอยู่ในเกณฑ์กลาง และให้ระแวดระวังต่อสิ่งเหล่านั้นอย่างเป็นสถาปนิกอาชีพ แต่ผลักดันพวกเขาไปที่สุดขอบของตัวพวกเขาเอง ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นคุณสมบัติที่ทำให้นักออกแบบสถาปัตยกรรม โดดเด่นแตกต่างกันในแต่ละคน

 

แต่เนื่องมาจากคนเราเชื่อไม่เหมือนกัน …

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องตรวจงานขั้นสุดท้ายนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงการวิจารณ์จากความเห็นส่วนตัวที่แตกต่างหลากหลายของเหล่าคณาจารย์เท่านั้น แต่มันยังเป็นการปะทะกันของอุดมการณ์ทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน การให้นิยามความหมายของสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน และความคิดความเชื่อในวัตถุประสงค์ของการเรียนสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน ความสับสน หวั่นไหวจึงเกิดขึ้นกับนักศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อต้องมาเจอการวิพากษ์ วิจารณ์ จากอาจารย์ที่มีอุดมการณ์ทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากตนเอง

 

จากสิ่งที่ผมเห็น ห้องตรวจงานวิทยานิพนธ์ขั้นสุดท้ายในปี พ.ศ. 2555 จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ในการนำเสนอความคิดและงานออกแบบของนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อสู้ช่วงชิงพื้นที่ระหว่างสถาปัตยกรรมกระแสหลักที่ยึดโยงอยู่กับมาตรฐาน ความเป็นมืออาชีพ กำลังในการผลิต และ สถาปัตยกรรมกระแสรองที่ยึดโยงอยู่กับการค้นหาแนวทางใหม่ในการออกแบบ การนำเสนอแนวทางใหม่ในการออกแบบตามสภาพทางสังคมและกิจกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงความคิดเชิงปรัชญา และ สุนทรียศาสตร์

 

ผมไม่ได้ร้องขอให้ทุกคนมีความคิดเห็นแบบเดียวกัน ไม่ได้ขอให้ทุกคนมุ่งไปสู่การออกแบบสถาปัตกรรมในแบบกระแสหลักหรือกระแสรอง แต่ผมเพียงใคร่ขอให้ ทุกอุดมการณ์ทางสถาปัตยกรรมได้มีที่ยืนในโรงเรียนสถาปัตยกรรม ให้โรงเรียนสถาปัตยกรรมเป็นพื้นที่ ของการเปิดกว้างทางความคิด ให้โรงเรียนสถาปัตยกรรมเป็นพื้นที่ซึ่งสอนนักเรียนสถาปัตย์ว่า คำตอบในการออกแบบสถาปัตยกรรมไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว คำตอบในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมมีแตกต่างหลากหลาย การออกแบบสถาปัตยกรรมนั้นไม่มีสิ่งใดถูกหรือผิด มันขึ้นอยู่กับตัวผู้ออกแบบเองเท่านั้นที่ต้องการให้มันออกมาเป็นแบบใด ด้วยความคิดความเชื่อแบบใด

 

ขอให้ความกระหายในความรู้ ความสงสัย และการโต้เถียง อยู่คู่กับนักศึกษาและอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตลอดไปครับ

 

ปัตย์ ศรีอรุณ

2 มีนาคม 2555

หลังจาก ผ่านช่วงเวลาอันยาวนานของทั้งนักศึกษา และ อาจารย์ที่ปรึกษา วันนี้ปีห้าจะได้ส่งเล่มวิทยานิพนธ์ตอนสิบเอ็ดโมง และ ตอนบ่ายโมงตรง จะเป็นพิธี ปัจฉิมนิเทศ จบการศึกษา …..  จบแล้วจ้า นักศึกษาปีห้าทั้งหลาย โดนยิงตกไปบ้าง ระหว่างการเดินทาง ก็อย่าพึ่งท้อแท้ปีหน้าเอาใหม่ ;])  ฉลองๆ เย้ๆ จริงๆเคยตั้งใจไว้ว่าจะบันทึก ไว้หลายๆสัปดาห์ แต่ว่า ผ่านไปแล้วก็ดูเหมือนว่าจะได้เขียน STSP เกี่ยวกับรุ่นเตี้ยน้อยเหลือเกิน ไม่เป็นไรปีหน้าเอาใหม่

ขอให้สุดเหวี่ยง ! สี่เดือนของชีวิตนักศึกษาสถาปัตกรรมศาสตรบัณฑิตได้เริ่มขึ้นแล้ว จะเป็นสี่เดือนที่จะไม่เกิดขึ้นอีกตลอดชีวิต
เพราะฉะนั้น อย่ากลัว ! ที่จะทดลองทำอะไรที่เราเชื่อว่ามันน่าสนใจ เป็นตัวเรามากที่สุด ในขณะเดียวกันก็อย่าปล่อยให้เวลาที่เหลืออีกสี่เดือนนี้ผ่านไปโดยมานั่งเศร้าเมื่อเวลาผ่านไปว่า งาน thesis ฉันก็งั้นๆ แหละ ไม่เห็นมีไรเลย

ทำงานให้หนัก ทำงานให้สนุก ทำงานให้รัก และเป็นตัวเราที่สุด !
อย่ากลัวครับ อย่ากลัว!

1-2-call (ไม่ใช่!)
PS

Thesis Proposal Presentation !

มิถุนายน 10, 2009

คนทำเหนื่อยมาทั้งอาทิตย์ (จริงๆควรจะเหนื่อยมาหลายเดือนแล้วมั้ย?)
คนตรวจเมื่อวานกลับบ้านสลบเลย สามทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า

จำได้ว่าชิ้นสุดท้ายของเมื่อวานที่ตรวจเป็นกวีสถาน แล้วมีตัวหนังสือล้วนๆเพื่อสร้างความเป็นกวี ให้แก่ ppt ชัดเจนดี แต่น่าเศร้าที่กระผมไม่ไหวแล้ว (ฮา) ความแรงไม่ถูกตอบรับ

วันนี้เดี๋ยวมีอีก (เีดี๋ยวจะมาเล่าบรรยากาศและภาพรวมของงานให้ฟังจากห้อง 01)

เดโช

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.