New Social Space : ผ่านไปครึ่งทางแล้วเราได้อะไรกันบ้าง ?
กรกฎาคม 22, 2010
สิ่งที่กลุ่มสนใจนอกเหนือไปจากการสร้างกระบวนการออกแบบทางสถาปัตยกรรม ที่พยายามเชื่อมต่อระหว่าง บริบท, Program, และ สถาปัตยกรรมแล้ว ในกลุ่มยังสนใจที่จะให้นักศึกษาพยายามค้นหาพื้นที่ทางสังคมใหม่ๆ (New Social space)
โจทย์ที่ให้ในส่วนครึ่งเทอมแรกคือการให้นักศึกษาเข้าไปในย่านนิมมานเหมินทร์ และเลือกสถานการณ์ทางสังคมที่พวกเขาสนใจ มีขอบเขตอยู่ที่คำว่า New social space ซึ่งเปิดโอกาสให้ตีความอย่างเสรี
สิ่งได้พยายามเน้นให้นักศึกษาเข้าใจมากเป็นพิเศษคือการลงพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจกับสภาพแวดล้อม บริบทและสถานการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น และการมีมุมมองที่แตกต่างออกไป ค้นหาสิ่งที่พวกเขาสนใจและสร้างตรรกะขึ้นมา โดยในขณะที่ลงศึกษาพื้นที่ นักศึกษาจะต้องทำการเลือก lens ของตัวเองว่าชอบสนใจสิ่งใดตั้งแต่ต้น และค่อยๆคลี่มันออกมาเป็น Programing และ ตัวสถาปัตยกรรม ได้มีความพยายามให้นักศึกษาลองจินตนาการถึงสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ที่ Site จริงๆ โดย Group discussion ในพื้นที่จริงๆ เพื่อให้ให้นักศึกษาได้เริ่มซึมซับถึงกระบวนการ การเข้าใจที่ตั้ง และ สถาปัตยกรรมที่พวกเขาสร้างขึ้น
ในส่วนของการออกแบบทางสถาปัตยกรรมนั้น ได้ทดลองให้นักศึกษาใช้กระบวนการ การตีความจาก วัตถุประสงค์ของโครงการที่พวกเขานำเสนอสู่ แนวความคิดทางสถาปัตยกรรมและค่อยๆ เปลี่ยนเข้าสู่ความคิดเชิงกลยุทธ์ในการออกแบบสถาปัตยกรรม
การใช้ภาษาเป็นสะพานตัวหนึ่งสู่สถาปัตยกรรมเป็นวิธีการที่อาจารย์ประจำกลุ่มมีความคุ้นเคยและนำเสนอต่อนักศึกษาให้มีการได้ลือกใช้ แต่หากนักศึกษามีแนวทางอื่นๆ เช่นการพิจารณาประสบการณ์ในที่ว่าง อาจารย์ก็จะส่งเสริมให้นักศึกษาทำการพัฒนาวิธีการของตัวเองไปให้สุดทางเท่าที่จะทำได้
บรรยากาศการเรียนการสอน พยายามให้เกิดเป็น Group discussion คือ นักศึกษาทำการนำเสนอประเด็นที่ตนเองคิดและให้เพื่อนทำการวิจารณ์ ด้วยวิธีนี้อาจารย์ประจำกลุ่มเชื่อว่าจะทำให้นักศึกษาเห็นงานของเพื่อนๆคนอื่นและได้เห็นงานของตนเองในงานของเพื่อนๆด้วยเช่นกัน
การจัดเพลทการนำเสนอ ในลักษณะของเพลทที่ต้องนำเสนอแนวความคิดและกระบวนการทางสถาปัตยกรรมเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กลุ่มให้ความสำคัญ ที่ให้นักศึกษาเรียนรู้ว่าพวกเขาไม่ควรจะทำแบบนำเสนอเพียงแค่ที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานขั้นต่ำ แต่ควรจะทำให้สถาปัตยกรรมของพวกเขาแสดงตัวตนออกมา โดยได้ทดลองให้นักศึกษาทำประกวดแบบเพื่อเป็นการทดสอบความคิดและทักษะการนำเสนอของตนเอง
ผลลัพท์ของการเรียนการสอนครึ่งแรก ด้วยประเด็น ซับซ้อนที่ต้องการให้นักศึกษาเรียนรู้ภายในระยะเวลาอันสั้น อาจารย์ประจำกลุ่มพบว่า เป็นการยากที่จะให้นักศึกษาเข้าใจเรื่องทั้งหมดได้สองเดือน การเรียนการสอนในครึ่งแรกนี่จึงเหมือนเป็นการทำความรู้จัก ถึงจุดแข็ง จุดอ่อนของแต่ละคน ว่าพวกเขามีความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการออกแบบทางสถาปัตยกรรมมากน้อยเพียงใด และครึ่งหลังเมื่อกระบวนการนี้ได้ถูกทำซ้ำอีกครั้งแต่เปลี่ยนสถานที่เป็นไนท์บาซ่าร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น คาดว่าพวกเขาจะเข้าใจถึงรอยต่อในเรื่องต่างๆได้ชัดเจนมากขึ้น
กาโม่
กาโม่ได้นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องความพยายามที่จะตีความ Space ใน Webboard มาเป็นพื้นที่จริงในนิมมานเหมินทร์ โดยได้ทำการเข้าไปศึกษา กิจกรรม ในนิมมานเหมินทร์ แล้วนำมา overlap เพื่อสร้างพื้นที่ในการพบปะที่มีกลไกเช่นเดียวกับ Webboard การวิเคราะห์ของกาโม่มีพัฒนาการที่ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพยายามวิเคราะห์เรื่องเวลาของกิจกรรมที่เกิดขึ้น สถาปัตกรรมที่เกิดขึ้นก็มีคามน่าสนใจเช่นเดียกันแต่ดูเหมือนว่าจะขาดหายไปในส่วนของการตีความสถาปัตยกรรมจากโจทย์เรื่อง webboard ที่กำหนดไว้แต่แรก หากกาโม่พยายามทำความเข้าใจกับการตีความและการแปรความสู้สถาปัตยกรรมงานของกาโม่จะมีความชัดเจนมากกว่านี้
กนก
กนกพยายามทำความเข้าใจกับความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหมา และกลุ่มสังคมใหม่ กลุ่มคนรักหมาที่จะพาหมาไปด้วยกันทุกที่ และเมื่อมาเจอกันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ? กนกมีความตั้งใจในการพยายามศึกษา แต่ความเข้าใจในภาพรวมนั้นยังขาดไป ทำให้ผลงานสุดท้ายที่ออกมาแม้มีความน่าสนใจในรูปแบบ แต่ยังขาดความคิดที่ครอบคลุมในหลายๆส่วน หากพยายามทำความเข้าใจกระบวนการตีความและการแปรความสู่สถาปัตยกรรม จะทำให้งานของกนกสมบูรณ์ขึ้น
ลูแปงค์
ลูแปงค์ทำเรื่องพื้นที่ต้นไม้ในนิมมานเหมินร์ที่ดูเหมือนว่าที่มาที่ไปในโปรแกรมไม่ค่อยมีความชัดเจน แต่ผลลัพท์สุดท้ายน่าสนใจ สิ่งที่โดดเด่นมากของลูแปงค์คือความเข้าใจในเชิงองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ความคิดเชิงที่ว่าง ที่ดูเหมือนจะโดดเด่นกว่าเพื่อนๆในกลุ่ม แต่ในขณะเดียวกัน ลูแปงค์ก็ยังขาดความเข้าใจในกระบวนการส่วนใหญ่ของการออกแบบสถาปัตยกรรม หากสามารถประสานรวมสองส่วนนี้ได้ ลูเแปงค์จะมีความโดดเด่นมาก
อาร์ม
อาร์มเริ่มโปรเจคท์ด้วยความน่าสนใจสุดขั้ว การแทนค่าพื้นที่และอารมณ์ในนิมมานเหมินทร์ด้วยสี พร้อมกับ statement ที่รุนแรงว่า เราต้องสลายเส้นแบ่งของสีด้วยการเอากิจกรรมมาสลายขอบ อาร์มมีความโดดเด่นเรื่องความคิดที่เป็นระบบชัดเจนในตอนเริ่มต้น แต่น่าเสียดายเมื่อความคิดถูกพัฒนาไปเรื่อยๆ ความซับซ้อนที่มากเกินไปทำให้เกิดอาการเอาไม่อยู่ในตอนจบ คำแนะนำอันหนึ่งคือ เมื่อเริ่มกระบวนการใดๆ แล้ว จะต้องติดตามกระบวนการนั้นไปจนจบ อย่าบิดหรือเปลี่ยนมันกลางทาง หากกระบวนการที่คิดมาตั้งแต่ต้นถูกสานต่อเชื่อว่างานของอาร์มจะชัดเจนมากกว่านี้
กิฟท์
นำเสนอ Oasis กลางนิมมานเหมินทร์ ด้วยคำถามที่ว่า ต้นไม้หายไปไหนในนิมมาน งานของกิฟท์น่าสนใจตรงที่มีความ Naive สูง ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของนักศึกษาทำให้งานสถาปัตยกรรมออกมาอย่างมีลักษณะเฉพาะตัวและพิเศษ คำถามที่น่าสนใจคือทำยังไงให้งานของกิฟท์ยังคงลักษณะเฉพาะตัวและมีความคิดเชิง Practical ไปพร้อมๆกัน
Kenny
การเร่ิมต้นที่ความสงสัยถึงการสื่อความหมายของป้ายโฆษณาในนิมานเหมินทร์ ไปสู่คำถามทางการสื่อความหมายของตัวรูปแบบของสถาปัตยกรรม สู่ Learning from Las Vegas Kenny มีความคิดเชิงทฤษฎีที่ซับซ้อน น่าสนใจ การพยายามเชื่อมต่อความคิดเหล่านี้สู่การออกแบบสถาปัตยกรรมจะทำให้งานของ Kenny มีพลังและน่าสนใจเช่นเดียวกับทฤษฎีที่ได้นำเสนอ
เรียว
เรียวเข้าสู่นิมมานเหมินทร์ด้วย lens ของ fashion และได้เสนอว่า นิมมานเป็นพื้นที่แห่งความเป็นแฟชั่นแห่งใหม่ พร้อมทั้งเสนอแนวความคิดที่น่าสนใจในเรื่อง การออกแบบสถาปัตยกรรมที่ถูกเห็น เสมือนเป็น runway ให้ผู้คนในอาคารเป็นเสมือนนายแบบนางแบบ ความคิดของเรียวชัดเจน น่าสนใจ ขาดแต่การ transform สถาปัตยกรรมอีกสองสามจังหวะเท่านั้น ก็จะเป็นงานที่สมบูรณ์ สอดคล้องกับสิ่งที่พยายามคิดและอธิบาย การให้เวลากับการพัฒนาทางสถาปัตยกรรมจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้
ครีม
ครีมสนใจเรื่องแฟชั่นในนิมมานเหมินทร์โดยพยายามตีความ ความหมายของคำว่า แฟชั่นมาสู่การออกแบบสถาปัตยกรรม ครีมมีความโดดเด่นในแง่ความเข้าใจในการออกแบบสถาปัตยกรรม มี sense ทางการเป็นนักออกแบบ หากพยายามใช้ กระบวนการในการออกแบบมาเป็นสะพานเป็นตัวเชื่อมความคิดสถาปัตยกรรมที่ออกมาจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายและการตีความที่ชัดเจน ปัญหาอาจจะเป็นที่นักศึกษาไม่ได้ใช้เวลาช่วงแรกในการศึกษาทำให้ความสมบูรณ์ของผลงานลดลง
บินชุม
บินชุมเริ่มทำการศึกษาเมื่อการเรียนการสอนของ Unit ผ่านไปเกือบครึ่งทางของการทำงานแล้ว จึงอาจจะเป็นปัญหาในการที่บินชุมจะทำความเข้าใจภาพใหญ่ ของกระบวนการที่กลุ่มพยายามจะนำเสนอ โปรเจคท์ที่ผ่านมาจึงเป็นการทดสอบบินชุมว่าสามารถทำงานส่งตามเงื่อนไขที่วางไว้ได้หรือไม่ สิ่งที่บินชุมน่าจะทำการเรียนรู้ในครึ่งหลังคือการสร้างกระบวนการออกแบบที่เป็นขั้นตอน อธิบายได้อย่างมีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน
ขอให้นักศึกษาสนุกและตั้งใจกับการทำงานสตูดิโอต่อไปครับ
ปัตย์ ศรีอรุณ
Like this:
Filed in studio 03
ป้ายกำกับ:New Social Space : ผ่านไปครึ่งทางแล้วเราได้อะไรกันบ้าง ?















สิงหาคม 1, 2010 at 5:02 am
งานของ กนก นี่ คล้ายกับงานเดิมตอนปีสองเลยนิ คลับคล้ายคลับคลา
จำได้ครับ