Figure and Ground in Architecture and Things(ภาคต่อ)

กรกฎาคม 20, 2010

ก่อนที่จะถูก Stu.3 แย่งชิงพื้นที่ ขอโพสต์เรื่อง Figure and Ground ต่ออีกครั้งหนึ่ง อาทิตย์สุดท้ายก่อนเปลี่ยนกลุ่ม ได้ถามนักศึกษาในกลุ่มว่า ส่งงานขั้นสุดท้ายเป็น Blog  ดีมั้ย นศ.ทุกคนทำหน้างง แล้วก็ถามว่ามันคืออะไรครับ อาจารย์ ส่งเป็น Facebook แทนได้หรือเปล่า ก็เลยตกลงให้นักศึกษาทำกลุ่มใน Facebook  แล้ว upload  รูปภาพงานทั้งหมดขึ้นไป

ลองเข้าไปอ่าน Facebook ของกลุ่ม 4 แล้วพบว่าข้อความของน้องๆ น่าสนใจดี ก็เลยเลือกมาให้อ่านดูค่ะ บอกก่อนว่าไม่เกี่ยวกับคะแนน เลือกตามความ”อิน”ทั้งของคนเขียนและคนอ่าน :)

ขอเริ่มจากของอัศว์

งานชิ้นที่ 1 เป็นงานชิ้นแรกใน STUDIO ที่ยังไม่มีการกำหนดหัว ข้อในการทำงานชิ้นนี้สร้างผลงานโดย การใช้เทคนิคการ Rubbing เอาพื้นผิวของวัสดุต่างๆ มาจัดองค์ประกอบ ในการจัดพื้นที่ว่างนั้น งานชิ้นนี้มีแนวคิดว่า “การกำหนดที่ว่างที่แน่นอน ” จึงสร้างมาให้เหมือนกับว่ามีกรอบกำหนด Form ของการ Rubbing

งานชิ้นที่ 2  อาจารย์ได้กำหนด หัวข้อและเทคนิคการทำชิ้นนี้ขึ้นมาโดยมีหัวข้อ ว่า ” My Architectural Space”  และเพิ่มเทคนิคการตัดแปะเข้าไป ตัวผู้ทำเองได้หาคำจำกัดความของคำว่า Space ในแบบของตัวเอง ว่าเป็นอย่าง ไร มีแนวคิดอย่างไร ในการมอง Space ของตัวเอง และได้ค้นพบคำตอบว่า ” Space” นั้น นิยามได้ว่า ” Space ต้องเกิดจากการปิดล้อมไม่ว่าจะเป็นความลึก หนา บาง รูปทรง รูปล่าง ปริมาตร ที่ชัดเจน” ตัวงานจึงกำหนดให้ Form สีเหลืองเด่น และให้เป็น Space ขึ้นมา ส่วนตัวที่เป็นพื้นหลั งนั้น ทำให้เหมือนกับ ว่าจะเป็น Space แล้วหรือเกือบจะไม่เป็น Space เลย

งานชิ้นที่ 3

หลังจากการฟังแลคเชอร์และคำวิจารณ์งานจากอาจารย์ยุพาที่วิจิตรศิลป์แล้ว ก็ได้พบว่าในมุมมองของศิลปิน นั้น “Space กับ Form หรือ Figure and Ground นั้น สามารถจะสลับกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าคนมองภาพ นั้นจะตัดสินว่าอันไหน เป็น Space หรือ Form” . …. งานชิ้นนี้จึงเป็นการ Reproduce จากงานชิ้น ที่ 2 ขึ้นมา ใหม้ เพื่อนที่ จะให้เกิดแนวคิดใหม่ในการทำงาน และความเข้าใจของ Figure กับ Ground และอาจารย์อนฏได้ให้คำถามทิ้งท้าย ว่า” ถ้า Artist เค้ามอง Space กับ Form สลับกันได้แล้วสถาปนิกล่ะ มองว่าอย่างไร?” จึงได้เก็บคำถามนี้กลับ มาคิดและสร้างเป็นงานชิ้นนี้ขึ้นมา โดยได้คำตอบว่า ” สถาปนิกนั้นไม่สามารถที่จะมองสลับกันระหว่าง Space กับForm ได้แต่สถาปนิกนั้น สามารถเชื่อม Space และ Form ได้ให้เป็นหนึ่งเดียว กัน โดยการรับรู้ นั้น สามารถรับรู้ได้จากผู้ที่ มาใช้สถาปัตยกรรมนั้น” จึงสื่อออกมาเป็นงานชิ้นนี้ การจัดองค์ประกอบนั้นจะรวมสีดำ ให้อยู่ด้วยกัน ส่วนสีขาวและสีเทานั้น จะแทรกกันอยู่ ซึ่งสีดำนั้นแทน ได้กับคำว่า form ส่วนสีขาวนั้น ก็ได้ขาวทั้งหมด แต่ยังมีสีเทามาแทรกอยู่ และก็ขาวไปอีก ก็เหมือนกับว่า Space กับ Form นั้นสามารถที่จะเชื่อมกันได้ ใน Space ก็ยังมี Form และใน Form ก็ยังมี Space นั่นเอง

งานชิ้นที่ 4  Bas Relief เป็นการพัฒนาต่อจากงานชิ้นที่ 3 ให้เห็นชัดขึ้นไป อีกว่า ใน Space ก็ยังมีฟอร์มสอดแทรกอยู่ และในForm ก็ยังมี Space สอดแทรกอยู่เช่นเดียวกัน โดยการเน้น นั้น จะเป็นการเน้น โดยใช้ระดับ ของภาพต่ำสูงไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นตัวแทนของ Space ใน Form และช่องว่างที่เหลือนั้นก็คือ Space ที่เราเห็นกันได้ชัดเจนนั่นเอง

งานชิ้นที่5 Model . . . . Figure And Ground

เป็นการพัฒนาอีกขั้น จากงานชิ้นที่ 4 โดนการเน้น ไปยังจุดๆ หนึ่งของภาพในงานชิ้นที่ 4 โดนนำเอาบริเวณที่เป็นสีดำขึ้นมา คิดและทำความเข้าใจขึ้นมาเพิ่ม และทำให้เห็นชัดมากขึ้น ว่า “ในตัว Form นั้นก็ยังมี Space อยู่ และใน Space ก็ยังมี Form อยู่ ” โดยการเลือกใช้วัสดุที่โปร่งใสเช่น PVC และ ทึบที่เป็นสีขาวคือกระดาษ Art มัน ตัวสีใสนั้นแสดงถึง Space ที่ยังสอดแทรกใน Form (สีขาว) ไม่ว่าจะที่ไหนๆ ก็ ตาม ก็ยังมีSpace สอดแทรกอยู่ นั่นเอง

อันนี้เป็น โมเดลภายหลัง จาก การตัดแมสและ คิดพัฒนาต่อ

งานต่อไป ของสมัคร(หมัก)ค่ะ

งานชิ้นนี้เป็นงานชิ้นแรกตั้งแต่ได้โจทย์มา เรื่อง my architectural space โดยใช้เรื่อง figure and ground เข้ามาช่วย งานชิ้นนี้ต้องการแสดงให้เห็นว่า space ที่เป็น ground นั้นกลมกลืนกันกับ figure หรือ form คล้ายกับทางเดินบนสนามหญ้าที่กลนกลืนกัน ในที่นี้ผมให้ ground เป็นลวดลายอิฐของพื้นลานร่มคณะสถาปัตย์ และให้ลวดลายของขอบหมวกฟางหลายเส้นที่ให้ความรู้สึกแปลกแยกจาก pattern ของลายอิฐทำหน้าที่เป็น form

ภาพนี้เป็นการต่อยอดมาจากงานชิ้นแรก เป็นการตัดงานเก่าให้เป็นแถบเล็กๆแล้วนำมาเรียงกันใหม่ แนวคิดการจัดก็คือ เรียงให้เกิดพื้นที่ space ที่จัดเจนยิ่งขึ้น เน้นให้ form เก่าติดกันอยู่และเรียงสลับส่วนโค้งให้คล้ายเส้นยึกยัก ทำให้เกิด form และ ground สีขาวดำที่แยกจากกันได้กว่างานชิ้นแรก

งานชิ้นนี้ คือ bas-relief จากงานตัดปะอันก่อน ในที่นี้ผมให้สีขาวเป็น space และสีดำเป็น ground(จากงานชิ้นเก่า)งานนูนต่ำนี้นำแนวคิดเรื่องความกลมกลืนและการให้ ground ที่เป็น pattern มาจากงานชิ้นแรก โดยการตัดกระดาษลังให้เป็นแถบขนาดเท่างานตัดปะแล้วดึงส่วนที่เป็น form ขึ้นมา ใช้เส้นสีเทาเพิ่มความต่อเนื่อง แล้วจึงพ่นสีดำลงบนงานทั้งเพลท ให้เห็นเงาได้ง่ายขึ้น

งานชิ้นสุดท้ายนี้คือ model เพื่อแสดง space แบบ 3D แนวคิดคือการสร้างspaceที่ต่อเนื่องทั้งนอกและใน แต่ก็ยังมี form เป็นของตัวเอง(คล้ายๆนูนต่ำ) ต่อยอดมาจากงานนูนต่ำคือมือดึงแถบกระดาษขึ้มาแล้วจะม่ที่ว่างใต้กระดาษอยู่จึงใช้การสลับแถบกันเพื่อให้เกิด space ที่ต่อเนื่องกับภายนอก และยังคงความเป็น pattern อยู่ การแบ่งสีก็เป็นการกำหนด space อีกอย่างหนึ่งที่คิดว่าการลองเล่น สลับข้างนอกข้างในแบบนี้น่าสนุกดี

งานต่อไป ของซาอุค่ะ ขอแซวหน่อยว่า จากที่คุยกันมา 3 อาทิตย์นี่ ไม่น่าเชื่อว่าซาอุจะเขียนอะไรได้เรื่องได้ราวขนาดนี้

งานแรก เป็น การใช้เทคนิค Rubbing เพื่อทดลองในการหา My architectural space ได้นำอุปกรณ์ต่างๆมาฝนและจัดองค์ประกอบให้ได้ตามที่ต้องการ

งาน Rubbing ชิ้นที่สอง ได้เลิอก อุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม เพราะคิดว่า วัสดุทางอุตสาหกรรมนั้น มีความแข็งกระด้าง แต่เนื้อแท้ของมันสามารถให้เกิดความยืดหยุ่นได้ space ในรูปนี้พยามยามให้เกิดโดยการปิดล้อม ทางด้าน 2 มิติ แต่ผลที่ได้นั้นอาจทำให้ Ground ได้น้อยเกินไป เห็นเป็น Figure ที่ชัดเจนเกิน

งานที่ชิ้นที่ 3 คือการนำงาน Rubbing ชิ้นที่2 ไปตัดแล้วแบ่งออกเป็นเส้นละ 1 เชนติเมตร เท่ากันๆ เพื่อนำมาทำลายให้เกิดภาพที่ใหม่ ผลที่ได้อาจจะทำให้เกิด Figure and Ground ที่ชัดเจนขึ้นครับ

Bas relief งานนี้นำมา พัฒนาต่อจากงานที่ 3 โดยแนวคิดที่ว่างานที่3แล้วจากที่ตัดแปะแล้ว ไปถ่ายสำเนาเอกสารรอยน้ำหมึกที่เกิดขึ้นมีความเข้มดำ ชัดเจนที่ไม่เท่ากันจึงคิดว่านำมาความเข้มนี้ มาให้เกิดงานนูนต่ำ โดยอันไหนสูงเกิดจากสีอ่อน อันไหนเข้มจะทำให้ต่ำลงไป เพื่อให้เกิดเป็น space ที่ต้องการ

Model ชิ้นที่นำมาพัฒนาต่อจากงาน bas relief โดยนำมาพัฒนาต่อ โดยนำมาลดทอน แล้วเพิ่มจังหวะเข้าไป โดยการใช้วัสดุอื่นๆเข้ามาแล้ว เพื่อจุดเด่นโดยใช้รูปฟอร์มสีดำตรงกลาง โดยspace ที่เกิดขึ้นเกิดจากการปิดล้อมทางด้านข้าง บน และล่าง ครับ

ถ้ายังไม่เบื่อที่จะอ่าน ขอปิดท้ายด้วยงานของต่อนยอน ถึงงานชิ้นสุดท้ายของต่อนยอนจะยังไม่ออกมาเป็น 3D Spac e ที่ชัดเจน แต่สิ่งที่ต่อนยอนคิดและเขียนเกี่ยวกับ “Space”น่าสนใจทีเดียว

ที่จริงอยากให้ปี 2 ฝึกเรียบเรียงความคิดและ”เขียน”มันออกมา อาจจะไนรูปของบันทึก ความเรียง หรือแม้แต่ กราฟฟิค เพราะมันช่วยเราได้มากจริงๆ ในการทำความเข้าใจกับอะไรยากๆ  อย่างคำว่า “Space” / “Architectural Space” / Blah Blah Blah ค่ะ

2 Responses to “Figure and Ground in Architecture and Things(ภาคต่อ)”

  1. studiospaces Says:

    ดูมันส์และมีไฟ เหมือนทุกคนสนุกกับมันอย่างเต็มที่ ว้าวๆ .. ย้อนคิดไปเมื่อวัยเด็ก เอาะๆ เป็นกำลังใจให้เนอะ

  2. PS Says:

    มาอ่านอีกที เจ๋งอะ ! เจ๋งเจ๋งเจ๋ง มากครับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.