ใครรู้ช่วยตอบที เราตัดสินคุณค่าของงานสถาปัตยกรรมยังไง
กันยายน 24, 2009
(คำเตือน: มีความฟูมฟายในปริมาณมาก ใครรำคาญ เลี่ยน หรือกำลังทานข้าวขาหมูอยู่กรุณางดเว้น)
ไม่ได้มีการเมืองไม่ได้เสียดสี
วันนี้ในขณะที่นั่งตรวจวิทยานิพนธ์อยู่
คำถามนี้ก็ได้ลอยขึ้นมา
เรารู้ว่าเราชอบอะไร
เราชอบสีส้ม เราชอบข้าวหมกไก่
แต่เราจะบอกได้อย่างไรว่ามันดี
สิ่งดีต่างๆนั้นมันจำเป็นต้องถูกบอกว่ามันดีด้วยรึเปล่า?
การตัดสินต่างๆมันมีไปเพื่ออะไร
และเมื่อการตัดสินที่ว่านั้นเมื่อมาอยู่ในโรงเรียนสถาปัตย์แล้วมันเกิดอะไรขึ้น
แล้วสรุปว่าความดีคือความชอบใช่หรือไม่?
งานสถาปัตยกรรมที่ดีคืออะไร
งานสถาปัตยกรรมสามารถวัดค่าได้หรือไม่
ถ้าวัดได้หน่วยในการวัดนั้นเกิดจากสิ่งใด
และถ้ามันวัดได้อยู่แล้ว เรารู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี
เราจะมาสอนจะมาเรียนกันทำไม
เราก็ก็อปปี้สิ่งดีเหล่านั้นไปเลยมั้ย ?
แต่ถ้าบอกว่ามันคืองาน Creative ไม่สามารถวัดค่าได้
แล้วเกรดของสตูดิโอเราออกมาได้ยังไง
อะไรทำให้อีกคนดีกว่าอีกคนหนึ่ง
แล้วการตัดสินนั้นจริงๆแล้วมันเที่ยงตรงแค่ไหน
หรือจริงๆแล้วเราก็แค่วิ่งไล่ตามอะไรสักอย่างในหัวเราที่เราคิดว่ามันดี
นั้นแสดงว่าการออกแบบเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ
ทำไมเราต้องทำให้เรื่องส่วนตัวมาตรวจสอบได้ในที่สาธารณะ
เราไม่เคยอธิบายว่าทำไมเราอยากกินข้าวขาหมูมากกว่าข้าวมันไก่
ทำไมเราต้องอธิบายว่า เราคิดอะไรมาแล้วให้คนอื่นมาบอกเราว่ามัน ใช่ หรือมันไม่ใช่
ผมไม่รู้ว่าผมจะคิดอะไร
และผมไม่รู้ว่าผมอยู่ตรงไหนของตรงไหนแล้ว
PS
กันยายน 24, 2009 at 11:49 am
โฮ่..โฮ่..
แวะมายืนยันว่าเข้า blog นี้ วันละสองครั้งก่อนเริ่มทำงานและก่อนเลิกทำงานจริงๆ ค่ะ
อะไรที่ยากๆ เช่น เกณฑ์ /การตัดสิน / เกรด /ความคิดสร้างสรรค์ /Feasibility ขอเก็บไว้ตอบคราวหลัง
ขอตอบแบบส่วนตัวก่อนว่า
อยากบอกนักศึกษาปี 5 (เฉพาะที่ตั้งใจทำงาน)หลายๆ คนทั้งที่ได้ตรวจและไม่ได้ตรวจ ว่าโดยรวมๆ ตรวจงานตราวนี้เห็นความตั้งใจขึ้นมาก
หลายคนตั้งใจขึ้นกว่า 2 ครั้งแรกมากที่เดียว
แต่ก็นั่นแหละ ไม่รู้ที่สุดแล้วจะให้ได้เพียงความชื่นชมและกำลังใจ..แค่นี้หรือเปล่า
ป.ล. เชื่อว่า Post นี้ อ. PS ไม่ได้ Post เพื่อเข้าข้างใครทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ได้เข้าข้างนักศึกษา
ป.ล.2 ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับที่อาจารย์ PS ฟูมฟายทั้งหมดหรอกนะ เดี๋ยวขอตั้งหลักก่อน
ป.ล.3 วันอังคารที่จะประชุมเกรดทีสิสนี่เราลาป่วยแล้วไปนั่งอ่านหนังสือร้านกาแฟแทนดีมั้ยเนี่ย(sick จริงๆ นะเนี่ย คราวนี้)
กันยายน 24, 2009 at 12:41 pm
เป็นเหมือนอาจารย์ brickbrick เลยค่ะ ตื่นเต้นเหมือนอ่านข่าวดาราใน teenee.com
กันยายน 24, 2009 at 1:47 pm
โฮ่..โฮ่.. (เราเป็นซานตาครอสกันรึ)
มายืนยันตามที่ อ.brickbrick เขียนด้วยครับว่าไม่ได้คิดถึงหรือเข้าข้างนักศึกษา มันเป็นคำถามที่ค่อนข้าง “อภิปรัชญา” สำหรับตัวผมเองมากกว่า
คืองงหนะฮะ ฮ่าๆ
PS
กันยายน 24, 2009 at 2:22 pm
ไม่อยากตอบ เดี๋ยว blog นี้จะกลายเป็น “ศาลาคนเศร้า” ไป
เอาเป็นว่าขอ โฮ่…โฮ่… ด้วยอีกคน
กันยายน 24, 2009 at 4:39 pm
ไม่ได้เป็นอาจารย์ และเป็นนักเรียนค่ะ
เป็นดีไซเนอร์ธรรมดาคนหนึ่ง ขออนุญาตแลกเปลี่ยนในส่วนคำถามที่ว่า
“ทำไมเราต้องทำให้เรื่องส่วนตัวมาตรวจสอบได้ในที่สาธารณะ
เราไม่เคยอธิบายว่าทำไมเราอยากกินข้าวขาหมูมากกว่าข้าวมันไก่
ทำไมเราต้องอธิบายว่า เราคิดอะไรมาแล้วให้คนอื่นมาบอกเราว่ามัน ใช่ หรือมันไม่ใช่”
เพราะในชีวิตนักออกแบบ เราจะต้องแนะนำสถานที่แห่งหนึ่งให้ใครบางคน
สถานที่นั้นคือ ‘บ้าน’ ของเค้า ที่มันไม่มีอยู่จริงที่ไหนนอกจากในหัวเรา
หากคำอธิบายนั้นไม่ทรงพลังพอ เราจะพาเค้าไปไม่ถึง
กันยายน 27, 2009 at 2:15 pm
กว่า แวนโก๊ะ จะดังก็ตายไปแล้ว
กาลิเลโอ เองก็เช่นกัน. . . . . .
โรงเรียนสถาปัตย์สอนสถาปัตยกรรมตั้งแต่ยุคหินมาจนถึงยุคโพสโมเดิร์น
ในแต่ละยุคสามารถวิพากย์สถาปัตยกรรมยุคก่อน ได้ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร
แต่มาถึงยุคโพสต์โมเดิร์นกับความจริงที่ว่าความจริงที่แท้จริงคืออะไร ก็ยังไม่มีใครสามารถตอบคำตอบที่ถูกที่สุดได้ เพราะมุมมองความจริงของแต่ละคนนั้นต่างกัน
เมื่อรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายถ้ามันจะออกมาดีนั้นจะเป็นเช่นไร…จึงตัดสินได้
แล้วถ้าไม่รู้ล่ะคะ ? กับคำถามที่ท่านอาจารย์ถามในการพรีเซ้น เช่นว่า แล้วคนที่เข้ามาใช้เขาจะรู้สึก….อย่างนั้นจริงเหรอ? ตรงไหนที่ทำให้เขารู้สึกอย่างนั้น? ….
แล้วมันจะดีจริงๆมั้ย ? …………………………………………………………
หนูชอบข้าวขาหมูมากกว่าข้าวมันไก่ค่ะ ข้าวขาหมูอร่อยและมีคุณค่ามากกว่า
อาจารย์ส่วนใหญ่ซึ่งชอบข้าวมันไก่มากว่าข้าวขาหมู ไม่ซื้อข้าวขาหมูแน่นอน
แต่ข้าวขาหมูของหนูมีคุณค่า เพราะมันพิถีพิถัน กว่าหมูจะนุ่มและรสชาติกลมกล่อม
ดังนั้นแม้ว่าอาจารย์จะไม่ชอบข้าวขาหมูก็ตาม แต่ได้โปรดเชื่อเถอะค่ะว่าข้าวขาหมูมันมีคุณค่า อย่าตัดสินเพียงแค่ความอร่อย (ซึ่งแต่ละคนรู้สึกต่างกันอยู่แล้ว)
แต่อยากให้พิจารณาในความพยายามของผู้ทำด้วยนะคะ ถ้าหนูทำข้าวมันไก่ตั้งแต่แรก อาจารย์ก็คงซื้อไปแล้ว
กันยายน 27, 2009 at 4:39 pm
หม่นๆยังไงไม่รู้ค่ะ กลิ่นข้าวขาหมูตีกับข้าวมันไก่
กันยายน 29, 2009 at 11:22 pm
หนูคิดว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้สถาปัตยกรรมเกิดคุณค่า…
(คุณค่า ในที่นี้ ไม่ใช่ทั้งหมดนะคะ หนูเชื่อว่า คุณค่าของสถาปัตยกรรม
ประกอบกันขึ้นมาจากหลายสิ่ง)
สิ่งหนึ่งที่หนูนึกออก และรู้สึกว่ามันเกี่ยวกับช่วงเวลานี้ของนศ.สถ.มาก
คือความรัก ในสถาปัตยกรรมเอง หรือ ที่เค้าพูดว่า passion นั่นละคะ
ช่วงเวลาที่เรียนมาเนี่ย หนูมองเห็นคนทำงานทั้งสองประเภท คือ ประเภท ทำงานเอาใจอาจารย์ค่ะ กับอีกประเภทคือ ทำงานเพราะอยากทำแบบนี้ อยากเห็น อยากลองออกแบบ อยากรู้ว่าทำแล้วจะเป็นอย่างไง อยากแปลก อยากเด่นบ้าง
แล้วไอ้ passion เนี่ย.. หนูจะเห็นมันอยู่ในประเภทที่สองตลอดเลยค่ะ
ส่วนประเภทแรกนั้น…ก็จะเห็นคะแนนดีๆค่ะ
อันนี้ no offense ใครนะคะ แค่เป็นสิ่งที่หนูสังเกตเห็นเฉยๆ…เหะๆ
ไม่เสมอไปหรอกค่ะ
แต่ passion นี้…ถ้าไม่มีนี้ไม่ใช่สถาปนิกที่ดีเลย อันนี้ชัวร์ค่ะ
เพราะฉะนั้น (มะกี้เหมือนหลุดหัวข้อไปหน่อย) หนูคิดว่า Passion มันแสดงออกมาให้เห็นได้ใน design ของเรา ในวิธีการ presentation ด้วย เวลาเห็นเพื่อนทำงานตัวเองด้วยความรัก อย่างเช่น อันนี้ขอยกตัวอย่างจ่อยค่ะ เวลาจ่อยตัดโมเดล จะรู้สึกว่ามันทะนุถนอมมาก รู้สึกว่ามีความใสใจลงไปในงาน หรือเวลาเห็นเพื่อนพูดถึงงาน great ‘tect แล้วทำหน้าซึ้ง โหย..ทำได้ไง space ตรงนี้มันสุดยอด อยากเข้าไปในงานนี้จัง
อย่างงี้มันรู้สึกว่า คุณค่ามันมีอยู่นะ มันไม่ได้เป็นการมองว่า เสร็จไม่เสร็จ ขายได้รึเปล่าอย่างเดียวค่ะ พอมี passion มันก็เหมือนเรียนอย่างมีความสุข ทำงานแล้ว “ได้” อะไรๆมาก ทางด้านความรู้สึก
ไม่รู้จะเกี่ยวกับคุณค่าทางสถาปัตยกรรมมากแค่ไหนนะคะ
เป็นเรื่องที่ คนทำเท่านั้นที่รู้มั้งคะ หนูคิดว่า…
ตุลาคม 4, 2009 at 4:39 pm
คำตอบของปองก็เป็น Subjective เหมือนกัน
แต่ถ้า wordpress มันมีนิ้วหัวแม่มือนะ ยกให้ไปแล้ว
ตุลาคม 11, 2009 at 9:39 pm
คิดว่าน่าจะเป็นการใช้งานของมนุษย์ สถาปัตยกรรมออกแบบมาเพื่อตอบสนองมนุษย์มิใช่รึ หากตอบสนองการใช้งานได้มากที่สุดและดีที่สุด มนุษย์นั่นแหละจะเป็นตัวบ่งบอกว่า งานสถาปัตยกรรมนั้นมีคุณค่าเช่นไร