Studio 2 : “Verb + Materials Value + Senses & Feeling” project
กันยายน 6, 2009
เห็นช่วงนี้ studiospaces คึกคัก ![]()
เลยขอเอางานและบรรยากาศการตรวจงาน Project ที่ 1 ของ ปี 2 มา Post บ้างค่ะ
งานชิ้นแรกของปี 2 ในเทอมนี้ที่เรียกกันเล่นๆ ว่า Lottery Project มีชื่อเต็มๆ ว่า “Verb + Materials Value + Senses & Feeling” หรือชื่อภาษาไทยว่า“กิริยามนุษย์ + คุณค่าแห่งวัสดุ + สัมผัสความรู้สึก“ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักศึกษาตีความเงื่อนไขพื้นฐาน 3 อย่างข้างต้น และพัฒนากระบวนการออกแบบที่ว่างทางสถาปัตยกรรมเพื่อตอบสนองเงื่อนไขทั้งสามนั้น
เนื่องจากถือว่าการ jury เป็นส่วนสำคัญของการเรียน design studio
ปกติแล้วการ jury ของปี 2 เลยมักจะเป็นการ jury รวมทั้งห้อง
แต่เนื่องจากจำนวนนักศึกษาเยอะขึ้นเรื่อยๆ ปีนี้เลยแบ่งกลุ่ม Jury เป็น 2 กลุ่ม นักศึกษากลุ่มละ 37-38 คน และอาจารย์กลุ่มละ 3-4 ท่าน
ผลงานขั้นสุดท้ายโดยรวมของกลุ่ม A มี Production ที่น่าพึงพอใจ ผลงานส่วนใหญ่แสดงให้เห็นความตั้งใจในการทำงานในระดับดี (ถึงจะจับได้หลายรายว่า มีรุ่นพี่มาช่วยเขียน Perspective หวังว่างานชิ้นที่ 2 ที่กำลังจะส่งนี้ จะทำให้อาจารย์จับได้น้อยลงนะคะ )
ในส่วนของเนื้อหามีระดับความเข้าใจในโจทย์และงานของตัวเองที่แตกต่างกันอยู่บ้าง มีนักศึกษาหลายคนที่แสดงให้เห็นถึงการพยายามทำความเข้าใจกับโจทย์และสามารถทำงานออกมาได้เป็น Space ที่น่าสนใจทีเดียว ในขณะที่ก็ยังมีคนให้ความสำคัญกับเส้นสายและรูปทรงมากกว่าการตั้งคำถามย่อยๆ และพยายามหาคำตอบเพื่อตอบโจทย์ หรือบางคนก็ยึดติดกับคอนเซปต์ที่เป็นรูปธรรมมากเกินไป
ลองเลือกงานที่ตอบโจทย์ที่ได้ได้น่าสนใจมาแบ่งกันดู
นั่ง (sit)+ ทึบ(solid) + ประหลาดใจ(intrigue)
พูด(speak)+หยาบกระด้าง(rough)+ โดดเดี่ยว(lonesome)

พูด(talk)+มันวาว(shiny)+บันดาลใจ(inspired)

พูด(talk)+มันวาว(shiny)+หงุดหงิด(frustrated)

เดิน(walk)+ทึบ(solid)+ หงุดหงิด(frustrated)

เดิน(walk)+อ่อนนุ่ม(soft)+ โดดเดี่ยว(lonesome)

นอน(lay down)+อ่อนนุ่ม(soft)+ประหลาดใจ (intrigue)

กิน(eat)+ทึบ(solid)+ประหลาดใจ (intrigue)
ส่วนบรรยากาศโดยรวมๆ ของการ jury สามารถเข้าไปชมได้ตาม link นี้ค่ะ
20 กค. 2552
22 กค. 2552
24 กค. 2552
กันยายน 7, 2009 at 2:44 am
ดีึครับ น่าสนุกดี เสนอว่าวันหลังน่าจะเรียกอาจารย์ในชั้นปีอื่นๆ เข้าร่วมฟังหรือเป็นคนตรวจด้วยก็ดีครับ จะได้แลกเปลี่ยนความคิดความอ่านกันครับ ยินดีนะครับถ้าผมมีเวลา (เผอิญไม่รู้จริงๆ ว่าวันไหน หรือถ้าเป็นวันเดียวกันกับ Studio ที่ดูอยู่ก็ไม่สามารถครับ)
มีอีกประเด็นนะครับ งานชิ้นที่ พูด+มันวาว+หงุดหงิด มันดูเหมือนงานของ Anish Kapoor ที่ทำให้เป็นงานประติมากรรมในระดับเมืองของอเมริกามาก (จำไม่ได้แน่ชัดว่าเมืองไหน) ถ้าเด็กมีความคิดที่เป็นกระบวนการก็ดีครับ แต่ถ้าไม่ต้องจับมาตีก้นนะครับ
S
กันยายน 7, 2009 at 4:49 am
กำลังจะมาบอกเหมือนอาจารย์สันต์เลยครับ ! เหมือนไปรึป่าว!!!
กันยายน 8, 2009 at 10:25 am
ขอบคุณ อ.สันต์ค่ะ
)
เรื่องวันตรวจงาน STUDIO ที่ อ.สันต์เสนอให้เชิญอาจารย์ STUDIO อื่นมาร่วมตรวจด้วยเนี่ย อ.คมสันเคยเชิญอาจารย์วิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาตรวจค่ะ เช่น อาจารย์วิชา Structure แต่ไม่เคยเชิญอาจารย์ Studio อื่น
ก็สำหรับ Final Project ของปี 2 เทอมนี้จะ jury กันอาทิตย์หน้า วันจันทร์ที่ 14 / พุธที่ 18 / และศุกร์ที่ 20 ค่ะ ในชั่วโมง Studio ถ้าอาจารย์สันต์สนใจและมีเวลาว่างก็ขอเชิญนะคะ (ขออนุญาตเขิญแทน Co-ordinator
ที่จริงถ้าสามารถทำได้ จัดเป็นนิทรรศการเล็กๆ แบบไม่เป็นทางการ(ในห้อง Jury)แล้วแจ้งประชาสัมพันธ์อาจารย์และนักศึกษาในคณะทาง E-mail ก็น่าจะสะดวกกว่านะคะ
เรื่องผลงานนักศึกษาที่อาจารย์สันต์ทักมา(ถือว่าอันนี้ก็เป็นข้อดีอีกข้อของพื้นที่สาธารณะนะคะ เห็นๆ กันไปเลย copy ได้ก็ถูกจับได้)
ทางทีมอาจารย์ที่ตรวจได้เรียกนักศึกษามาคุยและแจ้งบทลงโทษแล้วค่ะ
ก็เป็นประเด็นที่ Serious ของชั้นปี 2 และทีมอาจารย์ก็คงต้องคุยกันต่อไปถึงมาตรการในการป้องกันและมาตรการในการรับมือกับนักศึกษารุ่นใหม่ๆ ที่เคยชินกับวิธี copy and paste และ “หาทุกอย่างได้ใน Google”
กันยายน 8, 2009 at 11:56 am
Ah actually jury date on next week are 14 16 18 krub
unfortunately, studio 4 also have a jury at the same date krub. Accept ajarn would like to participate in studio 2-4 exchange program krub;). Ah i forgot this is not fb huhu.
กันยายน 8, 2009 at 2:04 pm
Aj.Patt, thank you for correct my information ka.
If you are really interest in that exchange program,
I think that you are always welcome to our studio
You are true that this is not FB. But don’t forget that this is still on-line and I always have a little bird for update me about everything here
brickbrick
กันยายน 12, 2009 at 9:47 am
สวัสดีครับอาจารย์อิฐและอาจารย์ทุกๆท่าน
เข้ามาในนี้กลิ่นอายของสตู 2 โชยมาเลยครับ
เป็นกลิ่นที่สูดทีไรยิ้มได้ทุกทีครับ
ถึงแม้ว่าครั้งหนึ่งตอนผมอยู่ปี 2 ผมเป็นหวัดอยู่ก็ตาม
ยังไงก็ต้องขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
ที่จะต่อสู้กับลัทธิ copy and paste
(จากที่ผมเคยเห็น A ที่ได้มาจากการก๊อปงานจาก magazineซึ่งไม่ขอเอ่ยนามเพื่อนคนนั้นนะครับ)
ซึ่งกำลังแพร่ระบาดและน่ากลัวมากกว่า หวัด 2009
และอยากให้เพิ่มความสำคัญยิ่งขึ้นเรื่อยๆครับ
ก่อนที่น้องเค้าจะโตขึ้นมาไปประกวดแบบอะไรแล้วมาอ้างว่า
ผม/หนู ทำงานไม่ทัน คิดโปรแกรมไม่ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
เลยเห็นว่าการก๊อปไม่น่าจะผิดอะไร
จนเกิดงานสถาปัตยกรรมสองชิ้นที่เหมือนกัน แต่ต่างซึ่งบริบทและสภาพแวดล้อม
กันยายน 13, 2009 at 2:54 pm
อย่างที่บอกว่ายินดีต้อนรับเสมอ
แล้วก็ดีใจจริงๆ ที่เห็นรุ่นพี่แวะเวียนเข้ามาพูดคุยกัน
เรื่องลัทธิ copy and paste นี่ทำเอางงอยู่เหมือนกันค่ะ
เพราะเจอเข้าหลายกรณีในเวลาใกล้เคียงกัน
ทั้งในกรณีที่เกิดขึ้นใน stu และที่อื่นๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีประกวดแบบ ซึ่งมันไม่น่าเชื่อจริงๆ
ใช้ความคิดเรื่องนี้อย่างหนัก แล้วก็สรุปว่าในส่วนของการเรียนการสอน
คงต้องพยายามทำให้ผู้เรียนตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่ตนเองได้ทำ
น่าจะเป็นทางแก้ที่ยั่งยืนกว่าคอยจับผิดแล้วลงโทษไปเรื่อยๆ
ส่วนในส่วนตัวนี่ กำลังสังเกตตัวเองอยู่เหมือนกันว่า เมื่อไหร่บ้าง
ที่เราใช้ copy and paste (ฮา..)
กันยายน 13, 2009 at 7:32 pm
Copy ผิดหรือไม่ ?
จริงๆอันนี้จัดเป็นหัวข้อสัมมนาได้เลยนะครับ
ขอแง่มุมโดยส่วนตัว
เรื่องการประกวดแบบสภานี่ไม่แน่ใจว่าลอกมาแบบมาเอารางวัลหรือลอกมาแบบมีความคิดเชิงการเมืองซ่อนอยู่เบื้องหลัง ผมคิดของผมเอาเองว่าจริงๆแล้วคนที่ลอกในงานรัฐสภานี่อาจมีความคิดทางการเมืองซ่อนอยู่เบื้องหลัง
อะไรคือเอกลักษณ์ของชาติ อะไรคือรัฐสภาแห่งประเทศไทย อะไรคือแบบประกวดของสมาคมสถาปนิกแห่งประเทศไทย ??
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็นคำถามซึ่งสถาปนาด้วยอำนาจทั้งสิ้น
บางทีคนส่งแบบชิ้นนั้นอาจกำลังต้องการเข้าไปเขย่าความแมนของคำถามประเภทนี้ และบางทีถ้าแบบชิ้นนั้นมันได้ขึ้นมา หนึ่งในห้าหรือหนึ่งในสิบก็ตาม เขาอาจออกมาประกาศตัวว่า
“จริงๆแล้วข้าลอกเขามาวะ!” (ขออนุญาติหยาบเล็กน้อยเพื่อความได้อารมณ์)
คิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความศักดิ์สิทธิ์ของกรรมการผู้ตรวจ ความศักดิ์สิทธิ์ของการประกวดแบบของ “สถาปนิกระดับอาชีพ” ทุกอย่างจะพังทะลายลงตรงหน้า แกนเริ่มสั่นคลอน
ถ้าคิดในแง่นี่พี่คนนั้นแนวมาก ระเบิดพลีชีพ !
บางทีเค้าอาจตั้งคำถามเกี่ยวกับความออริจินัลมันมีด้วยเหรอและตอบมันด้วยการผลิตซ้ำผลงานที่เชื่อว่าเป็นออริจินัลของโลกสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ;])
ระเบิดฆ่าตัวตาย ! แมนสุดๆ
แต่มาเรื่องนักศึกษาลอกงานนี่เป็นเรื่องน่าเศร้า
ไม่เขียนถึงเรื่องนี้ดีกว่า เดี๋ยวอารมณ์เสีย ดึกแล้ว !